
เช่าซื้อยื้อลดดอกตามแบงก์ห่วงหนี้เสีย
ลีสซิ่ง ฟันธงลดดอกเบี้ยตามแบงก์ยาก ห่วงหนี้เสีย กำลังซื้อยังไม่ฟื้น
ลีสซิ่ง ฟันธงลดดอกเบี้ยตามแบงก์ยาก ห่วงหนี้เสีย กำลังซื้อยังไม่ฟื้น
นายอนุชาติ ดีประเสริฐ ประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เปิดเผยว่า ในช่วงเวลานี้เชื่อว่าผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อคงไม่สามารถปรับลดดอกเบี้ยลงได้ เนื่องจากปัจจุบันดอกเบี้ยเช่าซื้อรถป้ายแดงก็อยู่ในอัตราที่ต่ำ และมีส่วนต่างระหว่างต้นทุนเงินกู้กับดอกเบี้ยเช่าซื้อที่แคบอยู่แล้ว
“แม้จะมีการลดดอกเบี้ยเช่าซื้อลงอีก ก็ไม่ได้เป็นการช่วยกระตุ้นกำลังซื้อมากมายอะไร ซึ่งในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ทุกคนก็ต้องใช้จ่ายระมัดระวัง เพราะยังไม่เห็นสัญญาณบวกอะไร แต่สำหรับคนที่พร้อมมีเงินอยู่แล้ว ดอกเบี้ยจะลดหรือไม่ลดก็ไม่ได้มีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถ ดังนั้นสิ่งที่บริษัทเช่าซื้อกังวลมากที่สุดตอนนี้คงเป็นเรื่องหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลมากกว่า ที่ต้องคุมไม่ให้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม” นายอนุชาติ กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากดูตัวเลขเอ็นพีแอลของธุรกิจเช่าซื้อทั้งระบบปัจจุบันก็ถือว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น เมื่อตัวเลขอยู่ในระดับทรงตัวใกล้เคียงกับปี 2557 ที่ 3.4-3.5% ยังไม่ได้มีการเพิ่มมากขึ้น เป็นผลมาจากความเข้มงวดในการให้สินเชื่อเช่าซื้อของบริษัทเช่าซื้อ และคาดว่าหลังจากนี้แนวโน้มเอ็นพีแอลจะลดลง
นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย หรือเคลีสซิ่ง กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะลดดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อสำหรับลูกค้ารายย่อยหรือไม่ เนื่องจากจะมีผลกระทบพอควร สำหรับลูกค้ารายใหญ่ที่ขอสินเชื่อสำหรับดีลเลอร์รถยนต์ และสินเชื่อเช่าใช้รถยนต์สำหรับองค์กร จะลดดอกเบี้ยให้ตามอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว
“เรากำลังประเมินอยู่ว่า หากจะมีการลดดอกเบี้ยเช่าซื้อให้กับลูกค้ารายย่อย จะเป็นในรูปแบบไหน ซึ่งอาจจะไม่สามารถปรับลดดอกเบี้ยให้กับรถทุกประเภทได้ แต่อาจจะปรับลดดอกเบี้ยให้เฉพาะรถกลุ่มที่มีเอ็นพีแอลต่ำเท่านั้น” นายสุรัตน์ กล่าว
แหล่งข่าวจากธุรกิจเช่าซื้อ เปิดเผยว่า บริษัทลีสซิ่งลังเลที่จะลดดอกเบี้ย เพราะเป็นห่วงเรื่องหนี้เสียมากกว่าปล่อยกู้เพิ่ม เพื่อลดความเสี่ยง หากจะลดดอกเบี้ยคงเป็นลักษณะจัดแคมเปญมากกว่า







