
ธปท.ลั่นไม่ลดกันสำรองหนี้อุ้มเอสเอ็มอี
ธปท.ลั่นไม่ลดกันสำรองให้แบงก์เป็นพิเศษ ชี้ช่วยลูกหนี้เอสเอ็มอี แบงก์ก็ได้ประโยชน์
ธปท.ลั่นไม่ลดกันสำรองให้แบงก์เป็นพิเศษ ชี้ช่วยลูกหนี้เอสเอ็มอี แบงก์ก็ได้ประโยชน์
แหล่งข่าวจากสายเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธปท.ยังไม่มีนโยบายลดเกณฑ์การกันสำรองหนี้ให้แก่ธนาคารพาณิชย์เป็นกรณีพิเศษ แม้ว่าจะมีนโยบายขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์ช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในช่วงเศรษฐกิจชะลอ เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ก็ได้ประโยชน์จากการช่วยเหลือลูกค้าอยู่แล้ว และการกันสำรองหนี้ในช่วงที่ธนาคารยังมีกำไรยังช่วยให้ธนาคารมีความมั่นคงด้วย
“การออกหนังสือเวียนขอความร่วมมือให้สถาบันการเงินช่วยเอสเอ็มอีช่วยให้เกิดความชัดเจนขึ้น ว่า ธนาคารควรช่วยลูกค้าในช่วงนี้ชั่วคราว เพื่อรอให้เศรษฐกิจฟื้นในไตรมาส 3 หรือ 4 ของปีนี้ ให้ลูกค้าผ่านช่วงยากลำบากไปได้ก่อน ซึ่งเมื่อลูกค้าดี แบงก์ก็ได้ประโยชน์ หากลูกค้าดี การกันสำรองหนี้ก็ไม่สูง แถมธนาคารมีโอกาสขยายสินเชื่อได้อีกเมื่อลูกค้าฟื้นตัวได้หรือเติบโตขึ้น แถมการกันสำรองตามเกณฑ์ยังช่วยให้มีความมั่นคง เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัวด้วยซ้ำ ดังนั้นเราคงไม่ลดอะไรเป็นพิเศษ” แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าว ธปท. ระบุว่า ปัจจุบันหากลูกหนี้มีความเสี่ยงสูง ธนาคารสามารถตัดส่งลูกหนี้ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ช่วยค้ำประกันสินเชื่อให้ได้ประมาณ 18-20% เพื่อลดความเสี่ยงและภาระกันสำรอง แต่ที่เห็นคือ ถ้าธนาคารส่งลูกหนี้ไม่ดีไปให้ บสย.ค้ำมากๆ จะเกินสัดส่วน 18-20% ทำให้ธนาคารเสียค่าธรรมเนียม ส่วนลูกหนี้ดีธนาคารก็ไม่ส่งไป บสย.อยู่แล้ว แต่หากสมาคมธนาคารไทยต้องการหารือ ธปท.ก็พร้อมพูดคุยเพื่อช่วยกันหาทางออกที่เหมาะสม
ก่อนหน้านี้ ธปท.ได้ส่งหนังสือถึงสถาบันการเงินทุกแห่งและบริษัทผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นันแบงก์) ขอความร่วมมือให้ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 4 กลุ่มที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ เช่น ปรับลดเงื่อนไขการผ่อนชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย ปรับโครงสร้างหนี้ รวมทั้งอนุญาตให้ผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตที่ใช้เพื่อการทำธุรกิจได้ต่ำกว่า 10% ของยอดหนี้คงค้างได้







