posttoday
CIMB ปรับทัพใหญ่ รับเออีซี 2015

CIMB ปรับทัพใหญ่ รับเออีซี 2015

19 พฤษภาคม 2558

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

ปี 2557 ที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงปีที่ยากลำบากสำหรับภาคการธนาคารของไทยเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงธนาคารระดับภูมิภาคอีกหลายแห่ง ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกเช่นเดียวกัน

การขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (ซีอีโอ) ของธนาคารซีไอเอ็มบี กรุ๊ป อย่างเต็มตัวของ “เต็งกู ซาฟรูล บินเต็งกู อับดุล อาซิส” เมื่อต้นปี2558 ซึ่งกุมบังเหียนซีไอเอ็มบีใน 17 ตลาดทั่วเอเชียแปซิฟิก รวมถึงไทยที่กำลังรุกธุรกิจทั้งขาเข้าและขาออกรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปลายปีนี้ จึงนำไปสู่การยกเครื่องใหญ่รับการแข่งขันเต็มรูปแบบ

“ปี 2558 นี้เป็นxuที่ท้าทายมากสำหรับซีไอเอ็มบีมาก แน่นอนว่าประเทศไทยก็เป็นส่วนสำคัญของเราด้วย ซึ่งปีนี้เราได้ดำเนินการรวมกลุ่มกันมากขึ้น” เต็งกู ซาฟรูล กล่าว

เพื่อรับมือกับความท้าทายและให้เป็นไปตามเป้าหมายใหม่ปี 2018 ซีไอเอ็บี กรุ๊ป ได้ปรับโครงสร้างในกลุ่มผู้บริหารของกรุ๊ป และยังได้ประกาศโฟกัสใน 2 ด้านสำคัญ คือ การบริหารจัดการต้นทุนและการมุ่งเน้นใน 3 กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจคือ ดิจิทัล แบงก์กิ้ง ทรานส์แอ็กชั่น แบงก์กิ้ง และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)

สำหรับดิจิทัล แบงก์กิ้งนั้น ได้ดำเนินการไปแล้วในหลายที่แคมเปญ บีท แบงก์กิ้ง ในไทย โดยร่วมมือกับบริษัท เอไอเอส ซึ่งถือว่าได้รับเสียงตอบรับดีกว่าที่คาดเอาไว้

ส่วนในด้านเอสเอ็มอีนั้น ชัดเจนว่าธนาคารต้องการรุกตลาดนี้มากขึ้น และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเอสเอ็มอีในอาเซียน ซึ่งมีธุรกรรมการค้าและการลงทุนข้ามพรมแดนเป็นจำนวนมาก แม้ปัจจุบันธุรกิจขนาดใหญ่ยังครองตลาดอยู่ แต่แบงก์ต้องการเห็นภาคเอสเอ็มอีมากขึ้น และก็มีความพร้อมที่จะรองรับด้านนี้ เช่น การตั้งอาเซียน แบงก์กิ้ง โซลูชั่น (เอบีเอส) และจากเดิมที่เอสเอ็มอีอยู่ภายใต้คอนซูเมอร์ แบงก์กิ้ง ก็จะปรับโครงสร้างขึ้นมาเป็นกลุ่มเอสเอ็มอีโดยเฉพาะ

ในการปรับโครงสร้างใหญ่นั้น ธนาคารจะมี 5 เสาหลักที่ขับเคลื่อนธุรกิจ คือ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่กลุ่มคอนซูเมอร์และรีเทล กลุ่มเอสเอ็มอี กลุ่มอินเวสต์เมนต์ และกลุ่มอิสลามิก แบงก์กิ้ง

สำหรับยุทธศาสตร์การรวมกลุ่ม จะโฟกัสไปที่คนเป็นหลัก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริหาร เช่น การเปลี่ยนซีอีโอของซีไอเอ็มบี อินโดนีเซีย และจะทบทวนด้านธุรกิจเช่นกัน

หัวเรือใหญ่ซีไอเอ็มบี กรุ๊ป กล่าวว่า การจัดการต้นทุนที่ได้ทำไปแล้วก็คือ การทบทวนอินเวสต์เมนต์ แบงก์กิ้ง จากเดิมที่มีฐานที่แข็งแกร่งภายในอาเซียน และได้ขยายออกไปเป็นกลุ่มเอเชียแพ็ก ก็ต้องลดขนาดธุรกิจในบางแห่งนอก อาเซียนลง และตัดสินใจยุบธุรกิจที่ออสเตรเลีย เพราะมีการแข่งขันที่หนักมาก แม้แต่ในอาเซียนเองก็ท้าทายมากอยู่แล้ว

การที่มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายดําเนินงานต่อรายได้รวม (CIR) สูงที่สุดแบงก์หนึ่ง ทำให้ซีไอเอ็มบี กรุ๊ป ตั้งเป้าลดต้นทุนส่วนนี้ลงเหลือ 55% ในปีนี้ จากเดิม 59% ณ สิ้นปี 2557 ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้ประมาณ 700 ล้านริงกิต (ราว 6,500 ล้านบาท) และจะต้องลดลงให้ต่ำกว่า 50% เป็นอย่างต่ำภายในปี 2018

ขณะที่เงินกองทุนปัจจุบันอยู่ที่ 10.1% และตั้งเป้าเพิ่มเป็นอย่างน้อย 11% ในปี 2018

สำหรับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ซบเซานั้น มองว่าไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแบงก์มากนัก สิ่งที่กระทบจริงๆ คือ คุณภาพสินทรัพย์ที่ลดลงมากกว่า ซึ่งเกิดขึ้นทั่วภูมิภาคและนับเป็นช่วงที่ท้าทายของกรุ๊ป ขณะเดียวกันก็มีกระทบในส่วนของตลาดทุน เช่น ซีไอเอ็มบี สิงคโปร์ ที่ไม่มีการจดทะเบียนไอพีโอในไตรมาสแรก ในขณะที่ซีไอเอ็มบี ไทย มีการจดไอพีโอมากเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม

สำหรับซีไอเอ็มบี ไทย นั้น นับว่ามีกลุ่มธุรกิจลูกค้าขนาดใหญ่ที่แข็งแกร่ง เนื่องจากภาคธุรกิจของไทยออกไปลงทุนในอาเซียนกันมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และมีธุรกิจอาเซียนที่เข้ามาลงทุนในไทยเช่นกัน ซึ่งนี่ถือเป็นจุดเด่นของซีไอเอ็มบี จะเห็นได้ว่า 30% ของรายได้มาจากฝ่ายธุรกิจลูกค้าขนาดใหญ่ และไทยยังเป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์ ในอาเซียน ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงเวียดนามที่คาดว่าจะได้ใบอนุญาตในปีนี้ และฟิลิปปินส์ ภายในปี 2018

“ซีไอเอ็มบี ไทย จะยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตในกลุ่ม CLMV โดยเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในยุทธศาสตร์การขยายฐานใน 10 ชาติ ที่ซีไอเอ็มบีต้องการเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในอาเซียน และเน้นการ กระจายรายได้จากหลายที่ ซึ่งเมื่อเศรษฐกิจในภูมิภาคขยายตัวขึ้น ธนาคารก็จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งไปด้วย” เต็งกู ซาฟรูล กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน