
บีโอไอคาดครึ่งปีหลังลงทุนรุ่ง
บีโอไอคาดครึ่งปีหลังการลงทุนรุ่ง นักลงทุนยังสนใจลงทุนในไทย พร้อมส่งเสริมอุตสาหกรรมคลื่นลูกใหม่ พลังงานทดแทน ไบโอเทคโนโลยี ตั้งเป้าเป็นฮับผลิตยางล้อรถ
บีโอไอคาดครึ่งปีหลังการลงทุนรุ่ง นักลงทุนยังสนใจลงทุนในไทย พร้อมส่งเสริมอุตสาหกรรมคลื่นลูกใหม่ พลังงานทดแทน ไบโอเทคโนโลยี ตั้งเป้าเป็นฮับผลิตยางล้อรถ
นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า แนวโน้มการลงทุนในครึ่งปีหลังน่าจะมีภาวะที่ดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากยังมีนักลงทุนติดต่อสนใจเข้ามาลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งปัญหามาบตาพุดเริ่มมีความชัดเจน การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบรุนแรงก็มีขั้นตอนการปฏิบัตที่ชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจที่จะลงทุนได้ง่ายขึ้น
ขณะที่การลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่เคยมีนักลงทุนสนใจเข้ามาลงทุนมาก ก็อาจจะกลับเข้ามาลงทุนอีกครั้ง หลังจากที่ปัญหาถูกแก้ไข และมีความชัดเจนมากขึ้น
ขณะเดียวกันบีโอไอจะเร่งส่งเสริมอุตสาหกรรมคลื่นลูกใหม่ที่มีแนวโน้มจะเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ อาหาร เกษตรแปรรูป และไบโอเทคโนโลยี โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยางล้อรถยนต์ ที่มีนักลงทุนทั้งจีน อินเดีย สนใจจะเข้ามาลงทุนในเมืองไทยมาก ตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์
บีโอไอจึงต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยางล้อรถยนต์ เนื่องจากสามารถใช้วัตถุดิบในประเทศได้เต็มที่ และหากมีการขยายการลงทุนมาก จะช่วยให้ไทยสามารถส่งออกยางแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าได้มากขึ้น กว่าการส่งออกยางในรูปของวัตถุดิบ
รวมทั้งจะเน้นการส่งเสริมการลงทุนให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ภายหลังจากที่ได้มีสิทธิประโยช์พิเศษสำหรับเอสเอ็มอีออกมาแล้ว โดยจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเอสเอ็มอีเข้าใช้สิทธิประโยชน์ให้มากที่สุด ทั้งด้านการขยายการลงทุน และการออกไปลงทุนยังต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 9 ก.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บอร์ดบีโอไอ)ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยคาดว่าจะมีการพิจารณาอนุมัติส่งเสริมการลงทุนประมาณ 10 โครงการที่ยังเหลือค้างอยู่
“แม้ว่าปัญหาการเมืองจะทำให้การลงทุนบนางส่วนชะลอตัวลงบ้าง แต่จากคำขอรับส่งเสริมการลงทุนที่นักลงทุนยื่นขอเข้ามาก็ยังเพิ่มขึ้น เพราะการส่งออกขยายตัว โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ การขยายการลงทุนจึงมีเข้ามาแทบทุกประเภท” นางอรรชกา กล่าว
สำหรับเป้าหมายการลงทุนยังคงไว้ที่ 5 แสนล้านบนาท โดยในช่วง 5 เดือนแรก มีคำขอรับส่งเสริมการลงทุนเข้ามาแล้ว 1.8 แสนล้านบาท ต่ำกว่าที่คาดไว้เล็กน้อยว่าในช่วง 6 เดือนแรกต้องทำได้ที่ระดับ 2.5 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ บีโอไอยังได้ร่วมลงนามร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาคการลงทุน เพื่อประสานความร่วมมือและเร่งแก้ปัญหาการทุจริต โดยเฉพาะการตีความด้านกฎหมาย และปัญหาด้านภาษีที่นักลงทุนจะประสบปัญหาค่อนข้างมาก เป็นเหตุให้ต้องฟ้องร้อง หรือเสียค่าปรับ โดยที่ไม่ตั้งใจจะกระทำผิด ซึ่งจากความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยให้มีความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจในไทย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญใสนช่วงที่ไทยต้องการดึงดูดการลงทุนเข้ามา







