
ต้องปฏิรูปภาษี (จบ)
มาว่ากันในเรื่องการปฏิรูปภาษีกันต่อครับ ฉบับที่แล้วผมเสนอว่า ไหนๆ รัฐบาลประกาศว่าจะเดินหน้าปฏิรูปประเทศกันชุดใหญ่ ก็ควรปฏิรูปภาษีไปเลยท่านผู้นำ
มาว่ากันในเรื่องการปฏิรูปภาษีกันต่อครับ ฉบับที่แล้วผมเสนอว่า ไหนๆ รัฐบาลประกาศว่าจะเดินหน้าปฏิรูปประเทศกันชุดใหญ่ ก็ควรปฏิรูปภาษีไปเลยท่านผู้นำ
ผมเสนอว่า เวลาที่จะปฏิรูปอย่าเอาเพียงภาษีเพียงรายการเดียวมาชี้แจงกับประชาชนทั้งประเทศ ประเดี๋ยวจะถูกต้านเหมือนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีเป้าหมายชัดเจนว่าจะแก้ปัญหาการถือครองที่ดินของบรรดาเศรษฐีนายทุน แต่พอจะเดินหน้าปุ๊บ รัฐบาลกลับโดนถล่มเละ
เอาให้ครบวงจรไปเลยว่าจะปฏิรูปภาษีอะไรบ้าง ประชาชนจะได้เห็นว่าเขาเสียอะไรเพิ่ม และได้อะไรเพิ่มขึ้นมาบ้าง ประกาศไปเลยว่า บุคคลผู้มีรายได้จะต้องแสดงฐานะที่ต้องยื่นแบบรายการเสียภาษีต่อกรมสรรพากร
จากนั้นก็ประกาศปรับลดภาษีบุคคลธรรมดาลงมาเป็นขั้นบันไดเลย เอาให้ต่ำกว่านี้เลย 2-3% จากเพดานปัจจุบัน 5 10 15 20 25 30 35 และควรลดภาษีบุคคลธรรมดาลงมาเหลือแค่ 30% พอ เท่านี้จำนวนผู้เสียภาษีให้หลวงจะเพิ่มขึ้น
ยังไม่พอประกาศไปเลยว่าการหักลดหย่อนภาษี ค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่านิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาต้องเท่ากันรวมแล้วไม่เกินเท่าไหร่
อันนี้เป็นการปรับภาษีที่ประชาชนได้ คนก็เชียร์ แต่เมื่อรัฐให้คุณแล้ว ต่อไปนี้รัฐจะหารายได้จากการบริโภคนะ เพื่อให้ประชาชนไม่เดือดร้อนมากนัก จะขยับภาษีแวตขึ้นมาจาก 7% เป็น 8-9% ขยับขึ้นน้อยกว่าที่หลวงให้นะ กินมาก ใช้มาก เสียมาก แต่คนที่รายได้น้อยรัฐจะสนับสนุนด้วยการแจกคูปองแลกซื้อสินค้าราคาพิเศษ
ประการต่อมา ต้องกล้าประกาศสร้างพิกัดภาษีใหม่สำหรับการสร้างเถ้าแก่น้อยเอสเอ็มอีให้เติบโต เอาให้ชัดว่าถ้าเอสเอ็มอีหรือวิสาหกิจชุมชนจะต้องจดทะเบียนและต้องยื่นแบบเสียภาษีทุกราย ไม่ว่ากำไร ขาดทุน แต่จะเสียภาษีแค่ 10-20% และควรยกเว้นภาษีเงินปันผลในกลุ่มนี้
จากนั้นก็ดึงมาเข้าระบบและประกาศนิรโทษกรรมภาษี แต่มีข้อแม้ว่านับจากนี้ไปใครยังหนีภาษีจะได้รับโทษแรงขึ้นกว่าเดิม ส่วนเอสเอ็มอีที่เสียภาษีถูกต้องจะได้เครดิตในการไปขอเงินกู้ดอกเบี้ยถูกเป็นพิเศษกับสถาบันการเงินของรัฐ
ผมว่าต้องทำแล้วครับ อย่าทำให้คนรู้สึกว่าเป็นเศรษฐีหนีภาษีแล้วไม่ถูกจับเข้าคุก







