
4กลุ่มสินค้า-บริการ ขายดีบน เฟซบุ๊ก
ธุรกิจออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซในไทยที่มีการคาดการณ์มูลค่าตลาดในปีนี้ จะไต่ระดับไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
ธุรกิจออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซในไทยที่มีการคาดการณ์มูลค่าตลาดในปีนี้ จะไต่ระดับไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท และหากแยกออกมาเป็นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกออนไลน์รวมการท่องเที่ยวแล้วคาดอยู่ที่ประมาณ 1.2-1.3 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มการเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% ในปีที่ผ่านมา จากพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยที่หันมาใช้ชีวิตออนไลน์มากขึ้น
คนไทย 92% ติดออนไลน์
จากแนวโน้มดังกล่าว สอดคล้องกับผลวิจัยล่าสุดของบริษัททีเอ็นเอส (ไทยแลนด์) เกี่ยวกับ “เส้นทางของการซื้อสินค้าทางอีคอมเมิร์ซ” (The ecommerce Path to Purchase Journey) จากกลุ่มตัวอย่างผู้บริโภคชาวไทยทั้งหญิงและชายจำนวน 1,000 ราย ภายใต้การสนับสนุนของ facebook ในช่วงต้นปีที่
ผ่านมา
อาภาภัทร บุญรอด กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีเอ็นเอส (ไทยแลนด์) ระบุว่า ปัจจุบันผู้บริโภคชาวไทยมีความใกล้ชิดกับการใช้งานเฟซบุ๊ก ในฐานะที่เป็นช่องทางการสื่อสารสังคมออนไลน์มากที่สุด และถือเป็นอันดับ 1 ในขณะนี้ที่สอดคล้องกับผลวิจัยหัวข้อ คอนเนกเต็ด ไลฟ์ (Connected Life) ที่ทีเอ็นเอสได้จัดทำและเผยแพร่ไปเมื่อราวปลายปีที่ผ่านมา
จากแนวโน้มการใช้งานดังกล่าวของผู้บริโภคชาวไทยที่ใช้ชีวิตออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊กมากขึ้น ยังเป็นโอกาสให้เกิดการตัดสินใจซื้อสินค้าบริการผ่านสื่อดังกล่าวมากที่สุดเช่นเดียวกันด้วย โดยพฤติกรรมหลักของผู้ใช้งานอีคอมเมิร์ซ ชาวไทยส่วนใหญ่จะค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อซึ่งมากกว่า 70% ของผู้ใช้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า โดยเริ่มตั้งแต่การค้นพบไปจนถึงเข้าเยี่ยมชมข้อมูลของร้าน รีวิว หรือข้อมูลเกี่ยวกับการทดลองใช้สินค้าที่เผยแพร่ทางออนไลน์ที่มีอิทธิพลอย่างสูงในการตัดสินใจซื้อ
ขณะที่โซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นช่องทางหลักในไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอีคอมเมิร์ซและเฟซบุ๊กเป็นผู้นำหลักในบริการนี้ ที่มีสัดส่วนถึง 92% ที่ใช้งานทุกวัน ซึ่งยังพบว่าผู้ใช้งานจำนวนมากค้นพบสินค้าบนเฟซบุ๊กและใช้เป็นเครื่องมือหลักในการหาข้อมูลและการตัดสินใจซื้อไปจนถึงการแชร์ซื้อสินค้า โดยโฆษณาเป็นกุญแจสำคัญสำหรับช่องทางออนไลน์ ในขณะที่โฆษณาบนเฟซบุ๊กส่งผลให้เกิดการซื้อทั้งออนไลน์และ
ออฟไลน์
โดยมี 4 กลุ่มสินค้าบริการหลักที่ผู้บริโภคชาวไทยให้ความนิยมมากที่สุด คือ 1.แฟชั่นและความงาม อาทิ ลิปสติก รองเท้า เสื้อผ้า ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ร่างกาย เครื่องประดับ 2.จองการท่องเที่ยว โรงแรม ที่พัก ตั๋วเครื่องบิน แพ็กเกจทัวร์ 3.อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ มือถือ โทรทัศน์ และ 4.ของแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ หลอดไฟชุดเครื่องนอน เป็นต้น







