
ผู้ใช้โทรศัพท์กับ4G
โทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งที่จำเป็นในชีวิตประจำวันสำหรับคนไทย โดยเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรที่มีประมาณ 60 ล้านคน ขณะนี้มีซิมโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานประมาณ 94.5 ล้านหมายเลข หรือร้อยละ 157.5 ของจำนวนประชากร แสดงว่าโดยเฉลี่ยแล้วคนไทยใช้โทรศัพท์มือถือมากกว่า 1 หมายเลข
โทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งที่จำเป็นในชีวิตประจำวันสำหรับคนไทย โดยเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรที่มีประมาณ 60 ล้านคน ขณะนี้มีซิมโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานประมาณ 94.5 ล้านหมายเลข หรือร้อยละ 157.5 ของจำนวนประชากร แสดงว่าโดยเฉลี่ยแล้วคนไทยใช้โทรศัพท์มือถือมากกว่า 1 หมายเลข
แต่เดิมพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือจะใช้แต่เพียงเสียง (Voice) ในการโทรเข้าออกอย่างเดียว ต่อมาได้พัฒนาเป็นการรับ-ส่งข้อมูล (Data) ด้วย สามารถเช็กอีเมลและทำงานนอกสถานที่ได้ ขณะนี้มีจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือประเภทสมาร์ทโฟนที่สามารถรับส่งข้อมูลประมาณ 18 ล้านเครื่อง นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้งานแท็บเล็ต (Tablet ) ที่ต้องใช้ซิมโทรศัพท์มือถือเพื่อเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือเพิ่มมากขึ้น
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ประกาศว่าจะเปิดประมูลคลื่นความถี่ในย่าน 900 MHz และ 1800 MHz เพื่อใช้สำหรับโทรศัพท์มือถือ 4G ทำให้ผู้ใช้สงสัยว่า ทำไมผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือบางรายสามารถเปิดให้บริการใช้ 4G แล้ว ทั้งที่ยังไม่ได้ประมูลคลื่นความถี่สำหรับใช้ 4G
คำตอบก็คือ คลื่นความถี่สำหรับใช้โทรศัพท์มือถือที่เปิดใช้บริการอยู่แล้ว กสทช.ไม่ได้บังคับจะต้องให้บริการโดยเทคโนโลยีประเภทใด ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือบางรายจึงนำคลื่นความถี่ที่ตนเองมีอยู่แล้วไปให้บริการ 4G ซึ่งถือว่าเป็นการล้ำหน้าและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการ ระบบ 4G จะเร็วกว่าระบบ 3G 5-7 เท่า
กสทช.ประกาศประมูลคลื่นย่านความถี่ 1800 MHz ในวันที่ 11 พ.ย. 2558 แบ่งใบอนุญาตออกเป็น 2 ใบ แต่ละใบจะมีขนาดของคลื่น (Bandwidth) 12.5 MHz ส่วนคลื่นย่านความถี่ 900 MHz ที่จะประมูลในวันที่ 15 ธ.ค. 2558 แบ่งใบอนุญาตออกเป็น 2 ใบ แต่ละใบจะมีขนาดของคลื่น 10 MHz
เรื่องนี้มีข้อที่ควรพิจารณาว่า การให้บริการโทรศัพท์มือถือ 4G อย่างมีประสิทธิภาพ ตามหลักสากลผู้ประกอบการจะต้องใช้คลื่นความถี่ที่มีขนาดของคลื่น 20 MHz
แต่การจัดแบ่งคลื่นย่านความถี่ 1800 MHz เพื่อประมูลของ กสทช. ได้จัดไว้อย่างไม่ลงตัว เพราะใบอนุญาตแต่ละใบจะมีขนาดของคลื่น 12.5 MHz ถ้าผู้ประกอบการต้องการใช้คลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz เพื่อให้บริการ 4G อย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องประมูลใบอนุญาตถึง 2 ใบ รวมกันจะได้ 25 MHz ซึ่งก็มากเกินความต้องการ 5 MHz หากผู้ประกอบการได้ใบอนุญาตใบเดียว ซึ่งถ้าเป็นขนาดของคลื่นที่ไม่ใหญ่ การใช้งานคลื่นความถี่ที่เหมาะสมก็จะเป็น 10 MHz ในส่วนที่เกินมา 2.5 MHz ก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
ใบอนุญาตที่ กสทช.จะประมูลมีราคาขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท แต่เมื่อประมูลกันจริงราคาน่าจะสูงกว่านี้อีก แต่การแบ่งสรรคลื่นความถี่เป็นเรื่องสำคัญกว่า และควรทำให้เกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากที่สุด เพราะมีผลกระทบต่อผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือ
นอกจากนี้ ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือที่ใช้ระบบ 3G หากต้องการเปลี่ยนเป็นระบบ 4G ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องใหม่ และคาดหวังว่าจะใช้โทรศัพท์มือถือ 4G อย่างมีประสิทธิภาพ กสทช.จึงควรพิจารณาการจัดสรรแบ่งคลื่นความถี่ โดยคำนึงประโยชน์ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นสำคัญ







