
ครม.ศก.หั่นงบสสปน.เหลือ40ล้าน
ครม.ศก. หั่นงบไมซ์ เหลือ 40 ล้านบาทจากที่ขอมา 200 ล้านบาท ให้ทำแค่โครงการสำคัญเช่นเร่งทำประชาสัมพันธ์ผู้สื่อข่าวต่างชาติ
ครม.ศก. หั่นงบไมซ์ เหลือ 40 ล้านบาทจากที่ขอมา 200 ล้านบาท ให้ทำแค่โครงการสำคัญเช่นเร่งทำประชาสัมพันธ์ผู้สื่อข่าวต่างชาติ
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (รศก.) เห็นชอบให้อนุมัติงบจำนวน 40 ล้านบาท ให้กับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) หรือไมซ์ เพื่อดำเนินโครงการที่สำคัญ 3 โครงการได้แก่ โครงการส่งเสริมการตลาด หรือ Bidger Smile , โครงการสนับสนุนงานและการดึงงานประชุมระดับกลุ่มผู้นำความคิดและนักธุรกิจระดับสูง และโครงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทย โดยการสร้างความเข้าใจกับสื่อมวลชนต่างประเทศ จากโครงการทั้งหมดที่ สสปน. เสนอมาทั้งสิ้น 17 โครงการ คิดเป็นงบประมาณทั้งสิ้น 200 ล้านบาท
ทั้งนี้เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีความเห็นว่าต้องการให้ สสปน. เร่งดำเนินโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนก่อนและให้มีการวางกรอบการทำงานที่ชัดเจน แม้ว่าทาง สสปน. จะรายงายความสูญเสียที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 12 มี.ค. - 23 เม.ย. ที่ผ่านมาว่ามีจำนวน 1,027 ล้านบาท และหากไม่มีมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมอีกคาดว่านักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้จะเหลือเพียง 5.1 แสนราย หรือลดลง 11 % คาดว่าจะหารายได้ได้เพียง 3.15 หมื่นล้านบาทลดงไปถึง 30 %
นอกจากนี้ที่ประชุม รศก. ได้พิจารณาข้อเสนอของสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กรณีผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในช่วงเหตุการณ์ชุมนุมต่อผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญาของรัฐ ซึ่งผู้ประกอบการได้ขอให้ผ่อนผันเรื่องการขยายเวลาสัญญาโครงการก่อสร้างเฉพาะที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลรวม 8 จังหวัดออกไป
ทั้งนี้ที่ประชุม รศก. มีมติให้ภาคเอกชนที่ได้รับความเดือดร้อนดังกล่าว สามารถไปขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นคู่สัญญากับเอกชนได้เองโดยตรง แต่จะไม่มีการออกเป็นนโยบายเฉพาะ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสัญญาหรือขยายระยะเวลาการทำตามสัญญาโครงการก่อสร้างที่มีหน่วยงานภาครัฐเป็นคู่สัญญาได้มีการกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนอยู่แล้วตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 แต่หากมีความจำเป็นต้องขยายระยะเวลาทำการตามสัญญาของโครงการ จึงเห็นว่าควรให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือคณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นผู้เสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้มีอำนาจในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาหรือขยายระยะเวลาทำการตามสัญญาจะเหมาะสมกล่าว







