posttoday
ราคาตราสารหนี้อายุ 3 ปีขึ้นไป ปรับตัวลดลง

ราคาตราสารหนี้อายุ 3 ปีขึ้นไป ปรับตัวลดลง

12 พฤษภาคม 2558

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (6-8 พ.ค. 2558) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (3 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 336,976.11 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 112,325.37 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 37%

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (6-8 พ.ค. 2558) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (3 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 336,976.11 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 112,325.37 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 37%

ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 59% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 197,829 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 106,445 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 11,176 ล้านบาท หรือคิดเป็น 32% และ 3% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB196A (อายุ 4.1 ปี) LB21DA (อายุ 6.6 ปี) และ LB25DA (อายุ 10.6 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 31,883 ล้านบาท 28,313 ล้านบาท และ 11,588 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย รุ่น SCC19OA (A(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 1,600 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท ซีพี ออลล์ รุ่น CPALL173C (A(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 1,146 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รุ่น MINT193A (A+) มูลค่าการซื้อขาย 954 ล้านบาท

ภายหลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) ปรับตัวลดลงทุกช่วงอายุ ปรากฏว่า ในสัปดาห์นี้ Bond yield ของพันธบัตรระยะกลางอายุ 3 ปีขึ้นไป กลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพันธบัตรอายุ 10 ปี Bond yield ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 0.25% ซึ่งเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (US Treasury) ประกอบกับมีแรงขายของนักลงทุนต่างชาติออกมาในพันธบัตรระยะปานกลางค่อนข้างมาก

ทั้งนี้ ปัจจัยอื่นที่อาจส่งผลต่อการลงทุนของต่างชาติในตลาดตราสารหนี้ไทย ได้แก่ ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรปที่ส่งสัญญาณในเชิงบวก ในขณะที่ของธนาคารกลางในประเทศต่างๆ ในเอเชียมีการทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (6-8 พ.ค. 2558) มีเม็ดเงินต่างชาติไหลออกจากการลงทุนในตราสารหนี้รวมสุทธิ 14,754 ล้านบาท โดยเป็นการขายสุทธิจากตราสารหนี้ระยะยาว (อายุคงเหลือมากกว่า 1 ปี) ประมาณ 8,857 ล้านบาท และขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุน้อยกว่า 1 ปี) ประมาณ 5,897 ล้านบาท

หมายเหตุ: อันดับเครดิต หมายถึง อันดับเครดิตของหุ้นกู้เฉพาะรุ่น หรืออันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน