
เลิฟอันดามัน ชู‘ไม้ท่อน’ บุกตลาดระยะใกล้
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
การทำธุรกิจนำเที่ยวให้อยู่รอดได้ในระยะยาว สิ่งสำคัญคือการสร้างความประทับใจให้ลูกค้า เพื่อที่วันหน้าจะได้กลับมาใช้บริการซ้ำและบอกต่อถึงความประทับใจให้คนอื่นมาเป็นลูกค้าตาม
ต่อพงษ์ วงศ์เสถียรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เลิฟ ไอส์แลนด์ ผู้ดำเนินธุรกิจนำเที่ยวทางเรือ ภายใต้ชื่อ เลิฟ อันดามัน เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทเข้าสู่ปีที่ 4 เริ่มมีชื่อเสียงมาจากการนำเที่ยว
เกาะตาชัย เพราะเป็นผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวไปยังเกาะนี้ในช่วงที่ยังทำงานกับบริษัทนำเที่ยวแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะแยกมาทำบริษัทนำเที่ยวเองในที่สุดด้วยชื่อ เลิฟ อันดามัน จากเดิมที่ไม่มีบริษัทนำเที่ยวรายใดจัดโปรแกรมท่องเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับพาไปยังเกาะตาชัยเลย
“สาเหตุที่ตั้งชื่อว่า เลิฟ อันดามัน เพราะเริ่มต้นธุรกิจจากการทำท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เห็นว่าไม่มีคำไหนสะท้อนการอนุรักษ์ทะเลได้เท่ากับความรัก จึงจดทะเบียนประกอบธุรกิจนำเที่ยวด้วยแบรนด์เลิฟ อันดามัน” ต่อพงษ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม หลังบุกเบิกจนการท่องเที่ยวเกาะตาชัยมีชื่อเสียง ก็มีบริษัทนำเที่ยวรายอื่นๆ จัดโปรแกรมเที่ยวเกาะตาชัยแบบไปเช้า-เย็นกลับตามมาหลายราย ด้วยเหตุนี้บริษัทจึงเริ่มค้นหาผลิตภัณฑ์ที่มีความพิเศษมากขึ้น โดยได้รับสิทธิบริหารจัดการการให้บริการนำเที่ยวเกาะไม้ท่อน ซึ่งเป็นเกาะของเอกชนตั้งแต่ปี 2557
เกาะไม้ท่อนเปิดให้เข้าครั้งแรกหลังจากปิดเกาะไปนานกว่า 10 ปี ทำให้ปัจจุบันมีบริการนำเที่ยวรวม 6 เส้นทาง เป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวไทยรู้จัก 5 เส้นทาง และอีกเส้นทางเป็นโปรแกรมสำหรับนักท่องเที่ยวจีน ขณะที่การทำตลาด 90% เน้นช่องทางสังคมออนไลน์เป็นหลัก
สำหรับสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญมาก คือ การบริหารจัดการความสัมพันธ์ของเพื่อนให้ดี ซึ่งหมายถึงพันธมิตรทุกกลุ่ม ได้แก่ โรงแรม สายการบิน รวมถึงลูกค้าที่มาใช้บริการ และจากการเน้นเรื่องรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนทำให้พันธมิตรสนับสนุนรางวัลสำหรับเล่นเกมทางสังคมออนไลน์เพื่อทำตลาด รวมถึงสนับสนุนส่งลูกค้ามาให้ต่อเนื่อง
ทั้งนี้ สัดส่วนลูกค้าของเลิฟ อันดามัน ในช่วงที่ผ่านมาเป็นคนไทย 30% จีน 30% รัสเซีย 30% และยุโรป 10% หลังจากรัสเซียมีปัญหาเศรษฐกิจและค่าเงิน ทำให้ตลาดรัสเซียยอดใช้บริการตก
ไปถึง 80%
บริษัทเห็นสัญญาณเช่นนี้จึงเร่งทำตลาดคนไทยและจีนเพื่อทดแทน ซึ่งจำเป็นต้องปรับลดราคาขายช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ช่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค. ลงมา 10-15% ถือเป็นการลดราคามากที่สุด
ตั้งแต่ทำธุรกิจมา แต่ก็ช่วยดึงตลาดคนไทยและจีนมาช่วยเติมเต็มได้ระดับหนึ่ง
ปีนี้คาดว่าตลาดนักท่องเที่ยวรัสเซียจะยังไม่กระเตื้อง ดังนั้นก็คงต้องเน้นหาตลาดระยะใกล้ทดแทน โดยเฉพาะสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฮ่องกง ซึ่งที่ผ่านมาตลาดเหล่านี้มาเที่ยวภาคใต้จะรู้จักแค่เกาะพีพี ก็จะเน้นให้กลุ่มนี้ได้รู้จักแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ มากขึ้น ส่วนหนึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็คงต้องเข้ามาช่วยผู้ประกอบการในการทำตลาดเหล่านี้ด้วย
ขณะที่กรณีกระแสข่าวปะการังเกาะตาชัยเสื่อมโทรม นักวิชาการออกมาแสดงความเป็นห่วงนั้น ยอมรับว่าทำให้ลูกค้ากังวลบ้างว่า ซื้อทัวร์แล้วจะได้เดินทางไปจริงหรือไม่ ซึ่งบริษัทก็พยายามใช้ช่องทางสังคมออนไลน์ทำความเข้าใจว่ายังเดินทางไปได้ เพียงแต่อาจจะมีกฎเกณฑ์บางอย่างที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกน้อยลงบ้าง เช่น ไม่สามารถให้บริการอาหารบนเกาะได้ แต่จะให้บริการบริเวณท่าเรือก่อนไปเกาะตาชัย เห็นด้วยหากอนาคตเน้นเรื่องคุณภาพผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเกาะตาชัยมากขึ้น และน่าจะเป็นตัวอย่างกับการดูแลการท่องเที่ยวเกาะอื่นๆ ได้
ด้านเกาะไม้ท่อนที่บริษัทได้รับสิทธิเข้าไปบริหารจัดการให้บริการนำเที่ยวนั้นมีเพียงรายเดียว จึงง่ายต่อการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไป เพราะบริษัทควบคุมได้ไม่ให้เกินเท่าไหร่ต่อวัน
ต่อพงษ์ กล่าวว่า เดิมปีนี้คาดหวังรายได้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 30% จากปีก่อน แต่จากผลกระทบตลาดรัสเซียที่ยังชะลอต่อเนื่อง ทำให้คาดว่าปีนี้น่าจะทำรายได้โตเพียง 10-15% เท่านั้น ขณะที่หากตลาดรัสเซียไม่ได้มีปัญหาอะไร ปีนี้รายได้คงโตไม่ต่ำกว่า 50% แล้ว สำหรับแนวทางที่ทำให้รายได้ยังเติบโตได้อยู่ คือ การทำตลาดคนไทยเพิ่มขึ้น และให้ความสำคัญกับตลาดนักท่องเที่ยวประเทศระยะใกล้ ช่องทางจำหน่ายจะมาจากการผ่านแพ็กเกจผ่านโรงแรมและตัวแทนจำหน่ายในท้องที่ อีกทางจะมาจากการขายตรงผ่านสังคมออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันมียอดคนสนใจเพจ Love Andaman มียอดไลค์แล้วมากกว่า 7 แสนคน
กลยุทธ์การขายผ่านสังคมออนไลน์ของบริษัท คือ เน้นพูดคุยกับทุกคนแบบเพื่อน สร้างความน่าเชื่อถือจากการที่ลูกค้าที่ไปเที่ยวแล้วถ่ายรูปแล้วบอกต่อ ซึ่งบริษัทขายแพ็กเกจราคาสูงเมื่อเทียบกับบริษัทอื่น แต่ลูกค้ายังเลือกซื้อเพราะเชื่อมั่นการบริการ เมื่อมีปัญหาข่าวคราวเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเกาะในเส้นทางที่บริษัททำ ก็จะใช้ช่องทางนี้ในการให้ความรู้ความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเช่นกัน
การท่องเที่ยวนั้นเมื่อต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติย่อมจะมีปัญหาเกิดขึ้นได้ หากขาดการดูแลเอาใจใส่ หรือวางมาตรการป้องกันที่ดีพอ เชื่อว่าหากภาครัฐวางมาตรการให้ดีและเคร่งครัด
ผู้ประกอบการที่นำเที่ยวเส้นทางเหล่านั้นก็พร้อมปฏิบัติตามอย่างดี และการวางมาตรการที่ดีก็จะช่วยคัดกรองเอาผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพเข้าไปพื้นที่ด้วย ซึ่งจะลดความเสี่ยงที่การท่องเที่ยวจะไปทำลายทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ได้ระดับหนึ่ง







