posttoday
เปิดแผน 'สวทช.' ภารกิจดันเอสเอ็มอีบุกโลก

เปิดแผน 'สวทช.' ภารกิจดันเอสเอ็มอีบุกโลก

07 พฤษภาคม 2558

หากถามถึงเป้าหมายระยะยาวของเอสเอ็มอีไทย ทุกราย ต่างต้องการก้าวเข้าไปสู่บริษัทระดับโลก ซึ่งมีบริษัทไทยหลายแห่งที่ทำได้จริง สร้างชื่อเสียงระดับโลกและได้รับการยกย่องจากนิตยสารไทม์ ประเทศสหรัฐ ว่า สามารถสร้างเทคโนโลยีใหม่ที่เปลี่ยนโลก บริษัทเหล่านี้มีจุดเริ่มต้นมาจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็กๆ ที่มุ่งใช้เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม เพื่อพลิกธุรกิจ

หากถามถึงเป้าหมายระยะยาวของเอสเอ็มอีไทย ทุกราย ต่างต้องการก้าวเข้าไปสู่บริษัทระดับโลก ซึ่งมีบริษัทไทยหลายแห่งที่ทำได้จริง สร้างชื่อเสียงระดับโลกและได้รับการยกย่องจากนิตยสารไทม์ ประเทศสหรัฐ ว่า สามารถสร้างเทคโนโลยีใหม่ที่เปลี่ยนโลก บริษัทเหล่านี้มีจุดเริ่มต้นมาจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็กๆ ที่มุ่งใช้เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม เพื่อพลิกธุรกิจ

“เจนกฤษณ์ คณาธารณา” ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทไทยจำนวนมากที่อยู่ภายใต้การสนับสนุนของ สวทช. และอุทยานวิทยาศาสตร์ฯ ได้เริ่มธุรกิจจากการเป็นบริษัทสตาร์ทอัพขนาดเล็ก หันมาใช้เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมสร้างธุรกิจ ทำให้สามารถต่อยอดธุรกิจได้อย่างมหาศาล

“อยากให้บริษัทไทยและเอสเอ็มอีไทยเปลี่ยนความคิดใหม่ บริษัทไทยสามารถใช้เทคโนโลยีมาสร้างธุรกิจได้ และทำได้สำเร็จในตลาดโลกมาแล้ว คนไทยที่อยากทำธุรกิจ ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ว่า การทำธุรกิจในประเทศไม่ได้ทำได้แต่ซื้อมาขายไป หรือ ทำได้แต่ธุรกิจอาหารและความงามเท่านั้น แต่สามารถสร้างธุรกิจใหม่และต่อยอดจากเทคโนโลยีได้” เจนกฤษณ์ กล่าว

สำหรับบริษัทไทยที่ก้าวไปสู่ระดับโลกมาแล้ว ทั้งบริษัท flexo research ที่ทำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ จนได้รับการยกย่องจากนิตยสารไทม์ให้เป็นสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนโลก บริษัท Keeen ที่ทำเทคโนโลยีชีวภาพแบบใหม่ กวาดรางวัลมาแล้วทั่วโลก บริษัทดังกล่าวเข้ามาร่วมโครงการกับอุทยานวิทย์ฯ และ สวทช. เพื่อพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และสามารถประสบความสำเร็จในตลาดโลก

บริษัทเหล่านี้ถือเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้แก่คนที่เริ่มสร้างธุรกิจ สามารถใช้เทคโนโลยีสร้างธุรกิจ และไม่หยุดพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ต่อเนื่องทุกปี แต่ละบริษัทมีความพิเศษตรงที่ให้ความสำคัญกับการสร้างพนักงาน ให้งบสนับสนุนพนักงานทำวิจัย รวมทั้งหลายบริษัทที่เข้ามาร่วมโครงการให้ทุนเรียนต่อเพื่อทำวิจัย เพื่อพัฒนาสินค้าใหม่ๆ จึงช่วยเสริมสร้างทั้งการพัฒนาบุคลากรและผลิตภัณฑ์ของบริษัท

เจนกฤษณ์ กล่าวว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อุทยานวิทย์ฯ ได้มุ่งสร้างบริษัทไทยที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงต่อไป 10 ปีข้างหน้า จะมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทย ทั้งอุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ที่จะลงไปถึงตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อร่วมสร้างเครือข่ายการผลิตในอุตสาหกรรมดังกล่าวให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น

“ปัญหาของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยที่มักประสบในเรื่องการใช้เทคโนโลยีมาสร้างธุรกิจนั้น คือ เงินทุน ซึ่งในอุทยานวิทย์ฯ มีศูนย์เครือข่ายการให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ รวมทั้งเปิดให้ธุรกิจต่างๆ เข้าจัดตั้งบริษัทและศูนย์วิจัยได้ โดยมีนักวิจัยที่พร้อมส่งเสริมและการสร้างเครือข่ายนักวิจัยระหว่างบริษัทได้มากกว่า 1,600 คน”

ข้อมูลของเวิลด์แบงก์ ระบุว่า อุตสาหกรรมในโลกแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มใช้แรงงานเข้มข้น กลุ่มใช้ทักษะเข้มข้น กลุ่มใช้เทคโนโลยีเข้มข้น และสุดท้ายกลุ่มใช้งานวิจัยเข้มข้น หลายประเทศในโลกที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจรวดเร็ว เป็นกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยี และงานวิจัยอย่างเข้มข้น ซึ่งหากประเทศไทยหันมาใช้แนวทางนี้ เชื่อว่าจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมไทยให้เติบโตในระยะยาวได้แน่นอน

หากเอสเอ็มอีและบริษัทไทยปรับเปลี่ยนไอเดียการทำธุรกิจใหม่ด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรม จะสามารถกลายร่างจากสตาร์ทอัพไทยรายเล็กๆ ให้กลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดโลกได้ ไม่ยาก

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน