posttoday
เปิดแผนฟื้นฟูกิจการ สหกรณ์ฯคลองจั่น

เปิดแผนฟื้นฟูกิจการ สหกรณ์ฯคลองจั่น

07 พฤษภาคม 2558

สมาชิกและเจ้าหนี้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น (สคจ.) กว่า 5.6 หมื่นราย กำลังจดจ่อลุ้นกับแผนปฏิบัติการฟื้นฟูกิจการ สคจ.ที่จะสะสางปัญหาหนี้กว่า 2.1 หมื่นล้านบาท ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน และจะสามารถทำให้เจ้าหนี้ได้รับการชำระหนี้หรือไม่

สมาชิกและเจ้าหนี้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น (สคจ.) กว่า 5.6 หมื่นราย กำลังจดจ่อลุ้นกับแผนปฏิบัติการฟื้นฟูกิจการ สคจ.ที่จะสะสางปัญหาหนี้กว่า 2.1 หมื่นล้านบาท ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน และจะสามารถทำให้เจ้าหนี้ได้รับการชำระหนี้หรือไม่

เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา สคจ.ได้มีการประชุมเพื่อจัดทำแผนฟื้นฟูเบื้องต้น โดยได้มีการแบ่งกลุ่มเจ้าหนี้เป็น 5 กลุ่ม คือ เจ้าหนี้มีประกัน คือ สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 1,431 ล้านบาท จะมีการนำเงินกู้จากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) จำนวน 5,000 ล้านบาท มาทำการไถ่ถอนจำนองตึกยูทาวเวอร์ เพื่อมาจดจำนองเป็นประกันเงินกู้ให้กับ กพส.

ส่วนกลุ่มเจ้าหนี้เงินฝากของบุคคลธรรมดาที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ที่ไม่ใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา มีประมาณ 1.5 หมื่นราย คิดเป็นมูลหนี้ 7,500 ล้านบาท จะทยอยคืนเงินต้น เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยปีที่ 1 คืนเงินต้น 10% ของยอดเงินฝากในแต่ละบัญชี ปีที่ 2 คืนเงินต้น 15% ปีที่ 3 คืนเงินต้น 20% ปีที่ 4 คืนเงินต้น 35% ปีที่ 5 คืนเงินต้น 40% โดยจะของดจ่ายดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 1-5 เพื่อนำดอกเบี้ยตามที่มีข้อตกลงไปชำระในปีที่ 6 โดยมีการทบต้นเป็นรายปีตั้งแต่ปีที่ 1-5

สำหรับกลุ่มเจ้าหนี้เงินฝากทุนเรือนหุ้น จำนวน 1.5 หมื่นราย จำนวนหนี้รวม 3,500 ล้านบาท ตามแนวทางการฟื้นฟูปีที่ 1-4 ให้รับใบลาออกจากสมาชิกแต่ยังไม่อนุมัติให้ลาออก ไม่มีการคืนเงินค่าหุ้น สมาชิกก็ไม่ต้องส่งเงินค่าหุ้นอีก ทั้งนี้ สมาชิกไม่สามารถกู้เงินใดๆ จากสหกรณ์ และไม่ได้รับเงินปันผล และผลประโยชน์ใดๆ โดยจะอนุมัติให้ลาออกทุกรายในปีที่ 5 และจ่ายเงินคืนสมาชิกทุกรายที่เป็นเงินฝากทุนเรือนหุ้น หุ้นละ 10 บาท ส่วนสมาชิกที่ไม่ลาออกและส่งเงินค่าหุ้นสม่ำเสมอ มีสิทธิได้รับเงินปันผล 10% ทุกปี สามารถกู้เงินและได้รับเงินปันผล เงินเฉลี่ยคืน และผลประโยชน์ต่างๆ

ด้านกลุ่มเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้วจำนวน 237 ราย มูลหนี้รวม 2,000 ล้านบาท ตามแนวทางการฟื้นฟูในปีที่ 1-5 จะเจรจาขอประนอมหนี้ในชั้นบังคับคดี ถ้าเจ้าหนี้ต้องการให้ชำระหนี้เต็มจำนวน จะขอผ่อนชำระหนี้เงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นเวลา 10 ปี แต่หากเจ้าหนี้ยินยอมลดต้น ลดดอกเบี้ย ในอัตราที่เหมาะสม จะขอผ่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 5-10 ปี โดยขอให้เจ้าหนี้ขอสละสิทธิตามคำพิพากษา และกรณีเจ้าหนี้ที่เป็นสมาชิกไม่สละสิทธิตามคำพิพากษา จะไม่สามารถกู้เงินจากสหกรณ์ และไม่ได้รับเงินเฉลี่ยคืน เงินปันผล และผลประโยชน์ใดๆ จากสหกรณ์

สำหรับกลุ่มเจ้าหนี้เงินฝากเงินกู้สหกรณ์นิติบุคคล สถาบันการเงิน ที่ไม่ใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา จำนวน 78 ราย จำนวนหนี้ 6,700 ล้านบาท จะทยอยคืนเงินต้นภายใน 5 ปี โดยปีที่ 1 คืนเงินต้น 10% ของยอดเงินฝาก ปีที่ 2 คืนเงินต้น 15% ปีที่ 3 คืนเงินต้น 20% ปีที่ 4 คืนเงินต้น 35% ปีที่ 5 คืนเงินต้น 40% และของดการจ่ายดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 1-5 แต่จะนำไปชำระในปีที่ 6 โดยไม่มีการทบต้น

ทั้งนี้ ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ สคจ. เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2558 จำนวนหนี้ 21,934 ล้านบาท และเจ้าหนี้ 56,601 ราย โดยให้ สคจ.เป็นผู้ทำแผนฟื้นฟู และให้เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้คืนภายใน 30 วัน หรือภายในวันที่ 7 พ.ค. 2558 หากเจ้าหนี้ไม่แสดงความจำนง ถือว่าสละสิทธิการเป็นเจ้าหนี้สหกรณ์

จากนั้นกรมบังคับคดีจะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเจ้าหนี้และมูลหนี้ที่ยื่นขอรับชำระเงินคืนทั้งหมด ส่งให้คณะผู้จัดทำแผนฟื้นฟูเพื่อดำเนินการจัดทำแผนให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน หรือภายในวันที่ 7 ก.ค. 2558 ซึ่งหากผู้จัดทำแผนไม่ขอขยายระยะเวลาอีก 2 เดือน ตามกฎหมาย คณะผู้จัดทำแผนจะต้องส่งสำเนาแผนฟื้นฟูฉบับเต็มให้แก่เจ้าหนี้ทุกราย และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ รวมทั้งกำหนดวันประชุมเจ้าหนี้ ที่คาดว่าจะเป็นเดือน ก.ย. 2558 เพื่อให้เจ้าหนี้พิจารณาว่าจะอนุมัติให้ สคจ.ดำเนินการตามแผนฟื้นฟูหรือไม่ ถ้าอนุมัติก็สามารถดำเนินการตามแผนต่อไป

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?