
เปิดแผนฟื้นฟูกิจการ สหกรณ์ฯคลองจั่น
สมาชิกและเจ้าหนี้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น (สคจ.) กว่า 5.6 หมื่นราย กำลังจดจ่อลุ้นกับแผนปฏิบัติการฟื้นฟูกิจการ สคจ.ที่จะสะสางปัญหาหนี้กว่า 2.1 หมื่นล้านบาท ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน และจะสามารถทำให้เจ้าหนี้ได้รับการชำระหนี้หรือไม่
สมาชิกและเจ้าหนี้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น (สคจ.) กว่า 5.6 หมื่นราย กำลังจดจ่อลุ้นกับแผนปฏิบัติการฟื้นฟูกิจการ สคจ.ที่จะสะสางปัญหาหนี้กว่า 2.1 หมื่นล้านบาท ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน และจะสามารถทำให้เจ้าหนี้ได้รับการชำระหนี้หรือไม่
เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา สคจ.ได้มีการประชุมเพื่อจัดทำแผนฟื้นฟูเบื้องต้น โดยได้มีการแบ่งกลุ่มเจ้าหนี้เป็น 5 กลุ่ม คือ เจ้าหนี้มีประกัน คือ สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 1,431 ล้านบาท จะมีการนำเงินกู้จากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) จำนวน 5,000 ล้านบาท มาทำการไถ่ถอนจำนองตึกยูทาวเวอร์ เพื่อมาจดจำนองเป็นประกันเงินกู้ให้กับ กพส.
ส่วนกลุ่มเจ้าหนี้เงินฝากของบุคคลธรรมดาที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ที่ไม่ใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา มีประมาณ 1.5 หมื่นราย คิดเป็นมูลหนี้ 7,500 ล้านบาท จะทยอยคืนเงินต้น เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยปีที่ 1 คืนเงินต้น 10% ของยอดเงินฝากในแต่ละบัญชี ปีที่ 2 คืนเงินต้น 15% ปีที่ 3 คืนเงินต้น 20% ปีที่ 4 คืนเงินต้น 35% ปีที่ 5 คืนเงินต้น 40% โดยจะของดจ่ายดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 1-5 เพื่อนำดอกเบี้ยตามที่มีข้อตกลงไปชำระในปีที่ 6 โดยมีการทบต้นเป็นรายปีตั้งแต่ปีที่ 1-5
สำหรับกลุ่มเจ้าหนี้เงินฝากทุนเรือนหุ้น จำนวน 1.5 หมื่นราย จำนวนหนี้รวม 3,500 ล้านบาท ตามแนวทางการฟื้นฟูปีที่ 1-4 ให้รับใบลาออกจากสมาชิกแต่ยังไม่อนุมัติให้ลาออก ไม่มีการคืนเงินค่าหุ้น สมาชิกก็ไม่ต้องส่งเงินค่าหุ้นอีก ทั้งนี้ สมาชิกไม่สามารถกู้เงินใดๆ จากสหกรณ์ และไม่ได้รับเงินปันผล และผลประโยชน์ใดๆ โดยจะอนุมัติให้ลาออกทุกรายในปีที่ 5 และจ่ายเงินคืนสมาชิกทุกรายที่เป็นเงินฝากทุนเรือนหุ้น หุ้นละ 10 บาท ส่วนสมาชิกที่ไม่ลาออกและส่งเงินค่าหุ้นสม่ำเสมอ มีสิทธิได้รับเงินปันผล 10% ทุกปี สามารถกู้เงินและได้รับเงินปันผล เงินเฉลี่ยคืน และผลประโยชน์ต่างๆ
ด้านกลุ่มเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้วจำนวน 237 ราย มูลหนี้รวม 2,000 ล้านบาท ตามแนวทางการฟื้นฟูในปีที่ 1-5 จะเจรจาขอประนอมหนี้ในชั้นบังคับคดี ถ้าเจ้าหนี้ต้องการให้ชำระหนี้เต็มจำนวน จะขอผ่อนชำระหนี้เงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นเวลา 10 ปี แต่หากเจ้าหนี้ยินยอมลดต้น ลดดอกเบี้ย ในอัตราที่เหมาะสม จะขอผ่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 5-10 ปี โดยขอให้เจ้าหนี้ขอสละสิทธิตามคำพิพากษา และกรณีเจ้าหนี้ที่เป็นสมาชิกไม่สละสิทธิตามคำพิพากษา จะไม่สามารถกู้เงินจากสหกรณ์ และไม่ได้รับเงินเฉลี่ยคืน เงินปันผล และผลประโยชน์ใดๆ จากสหกรณ์
สำหรับกลุ่มเจ้าหนี้เงินฝากเงินกู้สหกรณ์นิติบุคคล สถาบันการเงิน ที่ไม่ใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา จำนวน 78 ราย จำนวนหนี้ 6,700 ล้านบาท จะทยอยคืนเงินต้นภายใน 5 ปี โดยปีที่ 1 คืนเงินต้น 10% ของยอดเงินฝาก ปีที่ 2 คืนเงินต้น 15% ปีที่ 3 คืนเงินต้น 20% ปีที่ 4 คืนเงินต้น 35% ปีที่ 5 คืนเงินต้น 40% และของดการจ่ายดอกเบี้ยตั้งแต่ปีที่ 1-5 แต่จะนำไปชำระในปีที่ 6 โดยไม่มีการทบต้น
ทั้งนี้ ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ สคจ. เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2558 จำนวนหนี้ 21,934 ล้านบาท และเจ้าหนี้ 56,601 ราย โดยให้ สคจ.เป็นผู้ทำแผนฟื้นฟู และให้เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้คืนภายใน 30 วัน หรือภายในวันที่ 7 พ.ค. 2558 หากเจ้าหนี้ไม่แสดงความจำนง ถือว่าสละสิทธิการเป็นเจ้าหนี้สหกรณ์
จากนั้นกรมบังคับคดีจะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเจ้าหนี้และมูลหนี้ที่ยื่นขอรับชำระเงินคืนทั้งหมด ส่งให้คณะผู้จัดทำแผนฟื้นฟูเพื่อดำเนินการจัดทำแผนให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน หรือภายในวันที่ 7 ก.ค. 2558 ซึ่งหากผู้จัดทำแผนไม่ขอขยายระยะเวลาอีก 2 เดือน ตามกฎหมาย คณะผู้จัดทำแผนจะต้องส่งสำเนาแผนฟื้นฟูฉบับเต็มให้แก่เจ้าหนี้ทุกราย และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ รวมทั้งกำหนดวันประชุมเจ้าหนี้ ที่คาดว่าจะเป็นเดือน ก.ย. 2558 เพื่อให้เจ้าหนี้พิจารณาว่าจะอนุมัติให้ สคจ.ดำเนินการตามแผนฟื้นฟูหรือไม่ ถ้าอนุมัติก็สามารถดำเนินการตามแผนต่อไป







