
ม็อบขย่มต่างด้าวลงทุนไทยครึ่งปีวูบ25%
โพสต์ทูเดย์
— พิษม็อบ ทำต่างด้าวลงทุนไทยครึ่งปีแรกทรุด 25% สูญ 1,300 ล้านบาท “พาณิชย์” ไม่หวั่นเชื่อครึ่งปีหลังลงทุนดีขึ้น หลังปัญหาการเมืองคลี่คลาย พร้อมสุ่มตรวจนอมินีที่นาอสังหาเข้มนายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ยอดเงินลงทุนธุรกิจของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตลงทุนธุรกิจในไทยครึ่งปี (ม.ค.มิ.ย.) ปี 2553 มี 3,833 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 25% หรือหายไปถึง 1,276 ล้านบาท เป็นผลจากปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองและเกิดเหตุรุนแรงในการชุมนุม จนทำให้ธุรกิจต่างชาติไม่มั่นใจการลงทุนในไทย แต่จำนวนของธุรกิจต่างด้าวที่เข้ามาขออนุญาตในครึ่งปีแรก กลับเพิ่มขึ้นจากครึ่งปีก่อน 106 ราย เป็น 128 ราย หรือเพิ่ม 21%
ทั้งนี้ ปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นเดือน มี.ค.เม.ย. กลายเป็นปัจจัยสำคัญส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติที่ลงทุนธุรกิจในไทย จนทำให้ยอดขออนุญาตลดลง ประกอบกับช่วงครึ่งปีแรก 2552 มีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนขนาดใหญ่เข้ามาขออนุญาตมาก จนทำให้ฐานตัวเลขอยู่สูง เช่น ธุรกิจขุดเจาะสำรวจให้กับ ปตท.สผ. 916 ล้านบาท สยามคูโบต้าให้บริการธุรกิจเช่าซื้อ 700 ล้านบาท รวมถึงธุรกิจจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มจากสแกนดิเนเวีย 850 ล้านบาท ต่างจากปี 2553 มีเพียงธุรกิจเกี่ยวข้องรถไฟฟ้าสายสีแดง สีม่วง และแอร์พอร์ต ลิงก์เท่านั้น ที่มีเม็ดเงินสูงมาขอลงทุน
สำหรับภาพรวมธุรกิจที่ได้รับอนุญาตครึ่งปีแรก ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจบริการแก่บริษัทในเครือและกลุ่ม ได้แก่ บริการทางบัญชี กฎหมาย บริการให้กู้ยืมเงิน บริการให้เช่าที่ดินพื้นที่อาคารโรงงาน บริการรับค้ำประกันหนี้ เช่น บริษัท พีซีทีที เข้ามาให้กู้ยืมเงินแก่บริษัทในเครือ 203 ล้านบาท บริษัทโตโยต้า ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจบริการเช่ารถยนต์ 403 ล้านบาท โดยประเทศเข้าลงทุนมากสุด ได้แก่ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศเดียวกันกับปีที่แล้ว
นายบรรยงค์ กล่าวว่า ธุรกิจต่างด้าวที่ได้รับการอนุญาตฯ เฉพาะเดือน มิ.ย. 2553 มีจำนวน 17 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ค. 21% แต่ลดลง 11% เมื่อเทียบกับ มิ.ย. 2552 ที่มีจำนวน 19 ราย ขณะที่เงินลงทุนมี 312 ล้านบาท ลดลง 1,046 ล้านบาท หรือ 77% เมื่อเทียบกับ มิ.ย.ปีที่แล้ว แต่เพิ่มขึ้น 166 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือน พ.ค. ปีเดียวกัน โดยสาเหตุเงินลงทุนลดมาจากการเมืองในประเทศ ทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่มั่นใจในการลงทุน
ขณะที่แนวโน้มการขออนุญาตลงทุนธุรกิจต่างด้าวในครึ่งปีหลังน่าจะมีเพิ่มขึ้นได้ เพราะปัญหาการเมืองเริ่มคลี่คลาย และรัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้น อีกทั้งสถิติธุรกิจต่างด้าวเดือน มิ.ย. เข้าลงทุนในไทย ยังติดลบลดลงเมื่อเทียบกับเดือน พ.ค. และเม.ย.ซึ่งสะท้อนว่าการลงทุนในไทย มีโอกาสขยายตัวชัดเจนมากขึ้น และหลังจากนี้น่าจะมีการขออนุญาตเข้ามาเพิ่มอีก
ด้านการสุ่มตรวจผู้ประกอบการธุรกิจคนต่างด้าวว่ากระทำผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่นั้น ได้เน้นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสกระทำผิดสูงในการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เช่น การถือครองที่ดินเพื่อทำนาหรือการเกษตรกรรม ส่วนใหญ่อยู่ภาคเหนือ และการถือครองที่ดินเพื่อธุรกิจท่องเที่ยวและที่พักอาศัย ส่วนใหญ่อยู่ภาคใต้ ขณะบริษัทโดนร้องเรียนอยู่ที่ 12 รายเท่าเดิมส่วนการร้องเรียนการกระทำผิดตามกฎหมายยังไม่เพิ่มเติมจากที่ตรวจสอบอยู่ 12 ราย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการรอข้อมูล







