
ธปท.ห่วงบริโภคเอกชนทรุด
ธปท.เผยการใช้จ่ายเอกชนกลับมาขยายตัวติดลบอีกครั้งเดือน มี.ค. สะท้อนภาพเปราะบางทางเศรษฐกิจ
ธปท.เผยการใช้จ่ายเอกชนกลับมาขยายตัวติดลบอีกครั้งเดือน มี.ค. สะท้อนภาพเปราะบางทางเศรษฐกิจ
นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ออกมาต่ำกว่าที่ ธปท.ประมาณไว้ เห็นได้จากเครื่องชี้เศรษฐกิจแทบทุกตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเปราะบางของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยตัวเลขการขยายตัวในเดือนนี้ที่กลับมาติดลบ ประกอบด้วยการใช้จ่ายภาคเอกชนติดลบ 0.1% เทียบกับเดือนก่อนที่ขยายตัว 0.1% เนื่องจากรายได้ของครัวเรือนที่เกี่ยวข้องกับภาคส่งออกและภาคเกษตรลดลง โดยรายได้เกษตรกรติดลบ 19% ลดลงจากเดือนก่อนที่ติดลบ 7.4% ขณะที่การว่างงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยสอดคล้องกับความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลง ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย
“ขณะนี้ภาคการใช้จ่ายเอกชนที่หดตัวต่อเนื่อง ถือเป็นอีกภาคที่น่าเป็นห่วง เพราะนอกจากหนี้สินที่อยู่ในระดับสูงแล้ว เราเริ่มเห็นปัญหาในด้านรายได้ที่ลดลง ทั้งในภาคการเกษตร ซึ่งได้รับผลจากราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ และผลผลิตการเกษตรที่ลดลงส่งผลให้รายได้เกษตรกรลดลงและรายได้ของภาคแรงงานนอกภาคการเกษตรก็เริ่มปรับลดลงเช่นกัน โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการแรงงานน้อยลงจากการชะลอโครงการ เช่นเดียวกับจำนวนผู้มีงานทำในภาคการผลิตเพื่อการส่งออกที่ลดลงต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้การว่างงานในเดือนนี้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ขณะที่สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์กลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 5% แต่ธนาคารยังระมัดระวังการปล่อยกู้ ส่วนราคาสินค้าเริ่มลดลงในบางสินค้า และเงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของนิยามเงินฝืด แต่ขณะนี้ยังไม่เข้านิยามเงินฝืด เชื่อว่าหากรัฐเร่งลงทุนได้ตามแผนจะช่วยเศรษฐกิจฟื้นได้ดีขึ้น และดึงความเชื่อมั่นเอกชนให้ดีขึ้นได้” นายดอน กล่าว
เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชนติดลบ 0.5% จากเดือนก่อนติดลบ 0.2% ส่วนดัชนีการผลิ ตติดลบ 1.8% จากเดือนก่อนขยายตัว 3% ซึ่งลดลงตามการบริโภคและการส่งออกที่ลดลง บวกกับธุรกิจยังมีกำลังการผลิตส่วนเกินโดยเฉพาะภาคส่งออก ประกอบกับการลงทุนภาครัฐอยู่ในระยะเริ่มต้นธุรกิจจึงชะลอการลงทุนออกไปก่อน สอดคล้องกับความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่ค่อนข้างทรงตัวจากช่วงก่อนหน้า มีผลให้การลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ลดลงเห็นได้จากการนำเข้าสินค้าทุนลดลง
ทั้งนี้ การส่งออกในไตรมาสแรกขยายตัวติดลบ 4.3% เท่ากับการขยายตัวในเดือน มี.ค. โดยมีมูลค่าการส่งออก 1.88 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นการชะลอตัวตามเศรษฐกิจจีน และอาเซียนซึ่งเป็นคู่ค้าหลักของไทย ขณะที่ราคาสินค้าส่งออกลดลงตามราคาน้ำมัน อย่างไรก็ดีการส่งออกในไตรมาส 2 ของปีนี้สถานการณ์การส่งออกในแง่ของมูลค่าอาจจะดีกว่าไตรมาสแรกเล็กน้อย แต่ยังหวังให้กลับมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไม่ได้







