posttoday
เชียงใหม่ เมืองไม่เคยพอ (ตอนที่ 2)

เชียงใหม่ เมืองไม่เคยพอ (ตอนที่ 2)

30 เมษายน 2558

โดย...กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา

โดย...กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา

ปัจจุบันเชียงใหม่ต้นไม้ใหญ่ลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย สวนสาธารณะที่มีก็ไม่ค่อยปลอดภัย มีป้ายโฆษณาเกะกะสายตาและบดบังทัศนียภาพ ไม่มีทางเลือกในการเดินทางนอกจากรถแดง จึงซื้อรถใช้เองจนรถล้นถนน ไม่เคารพกฎจราจร รถติดมากกว่าที่เคยเป็นมา การเดินทางโดยรถสาธารณะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง รถขับสวนเลน

สภาพหมอกควันจากการเผาป่ายามหน้าแล้งปกคลุมทั่วเมือง การจราจรไม่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะถนนเส้นหลัก ผู้โดยสารนึกอยากโบกก็โบกไม่สนใจว่าเป็นจุดจอดรถหรือไม่ ไม่มีเส้นแบ่งทางจักรยานชัดเจน เลนจักรยานที่เคยมีกลับกลายเป็นพื้นที่ใช้ขายก๋วยเตี๋ยว หลายแยกไม่มีสัญญาณไฟจราจร มีมลภาวะทางเสียงมากขึ้นจากรถยนต์ที่เพิ่มมากขึ้น คาราวานชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาเที่ยวกันมากมาย

นอกจากนี้ ระบบระบายน้ำก็ไม่ดี น้ำท่วมง่าย คอนโดมิเนียมขนาดใหญ่เพิ่มมากขึ้น สิ่งก่อสร้างไม่เข้ากับบ้านเรือนที่เคยมีมา พื้นที่เกษตรขาดหายไปมาก ขาดเสน่ห์ ไม่มีการคัดแยกขยะ ผู้คนทิ้งน้ำในแม่น้ำลำคลองทำให้สกปรกเน่าเสีย ผู้คนอาศัยในเมืองแออัดยัดเยียด ต่อเติมบ้านอาคารล้ำพื้นที่สาธารณะ ปล่อยน้ำเสียลงลำน้ำปิง จัดเทศกาลเน้นแต่ความบันเทิง ไม่เน้นวัฒนธรรม จนสังคมอ่อนแอ ปล่อยโคมลอยไม่สนใจผลกระทบที่เกิดขึ้น มีร้านเหล้ามากมาย ไม่มีการจัดโซนนิ่งและปล่อยเสียงดังรบกวนชาวบ้าน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นแล้วในเชียงใหม่

กระแสเออีซีและโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทำให้ชาวต่างชาติพาเหรดกันเข้ามาในเชียงใหม่มากขึ้น ทำให้มีการเช่ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ เพื่อใช้ท่องเที่ยวในตัวเมืองเพิ่มมากขึ้น นักท่องเที่ยวเหล่านี้ไม่รู้ระเบียบวินัยและกฎจราจร ไร้มารยาท นึกอยากจะหยุดก็หยุด อยากจอดก็จอด ไม่ทราบว่ามีใบขับขี่หรือไม่ ตำรวจเชียงใหม่จะดำเนินการอย่างไร

ชาวต่างชาติบางคนก็มาสร้างความวุ่นวายในบ้านเรา เวลาเกิดเหตุเฉี่ยวชนตกลงกัน ภาษาที่ใช้ก็พูดกันไม่รู้เรื่อง ตำรวจดูแลไม่ไหว ผู้ประกอบการต่างๆ ที่เปิดให้บริการให้เช่ารถ ควรคำนึงถึงระเบียบต่างๆ ด้วย ไม่ควรเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติเข้ามาเช่าบริการต่างๆ แล้วทำให้เกิดความไร้ระเบียบการจราจร

ชาวต่างชาติฝั่งตะวันตก ก็ปล่อยตัวตามสบายจนเกินไป บ้างนุ่งสั้น โป๊เปลือย เข้าไปยังสถานที่สำคัญทางศาสนา บ้างมีพฤติกรรมชู้สาวในที่สาธารณะ ในฐานะที่เราเป็นคนเมือง คนเชียงใหม่ ควร ช่วยกันปกป้องรักษาจารีตประเพณี ด้วยการอธิบายให้พวกเขาทราบว่า เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง เมืองไทยเป็นเมืองพุทธศาสนาที่ควรให้ความเคารพ การที่เราเพิกเฉย คือ การทำให้เขาเข้าใจว่าสามารถทำเช่นนั้นได้

การต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแม้จะทำให้เชียงใหม่เจริญอย่างรวดเร็ว แต่อาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียหลายประการ หากไม่ช่วยกันดูแลและรู้จักพอประมาณ กอบโกยโดยไม่หันกลับมาปกป้องวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของ จ.เชียงใหม่ สักวันหนึ่งคนเชียงใหม่จะไม่เหลือประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าไว้ให้คนรุ่นหลังอีกเลย Never Ending …Chiangmai

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา