posttoday
ทัพสิงคโปร์บุกนอก ไทยรั้งท้ายโผจุดหมายในเอเชีย

ทัพสิงคโปร์บุกนอก ไทยรั้งท้ายโผจุดหมายในเอเชีย

30 เมษายน 2558

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิงคโปร์คือผู้มีอิทธิพลด้านธุรกิจและการลงทุนมากที่สุดในอาเซียน แม้ขนาดของประเทศจะเล็กที่สุด แต่ขีดความสามารถในการออกไปลงทุนในประเทศอื่นถือว่าสูงมาก

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิงคโปร์คือผู้มีอิทธิพลด้านธุรกิจและการลงทุนมากที่สุดในอาเซียน แม้ขนาดของประเทศจะเล็กที่สุด แต่ขีดความสามารถในการออกไปลงทุนในประเทศอื่นถือว่าสูงมาก

ข้อมูลจากรายงานการลงทุนโลก 2557 หรือ World Investment Report 2014 ของการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) ระบุว่า สิงคโปร์มีมูลค่าการออกไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ (เอฟดีไอ) สะสมสูงถึง 3.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐในปี 2554 โดยสะสมอยู่ในอาเซียนสูงถึง 22% สำหรับ 3 ประเทศที่สิงคโปร์ไปลงทุนสะสมมากที่สุด ได้แก่ มาเลเซีย 8% อินโดนีเซีย 7% และไทย 4%

ล่าสุด ในปี 2556 สิงคโปร์ยังคงเดินหน้าลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง มูลค่าเอฟดีไอของสิงคโปร์ไปต่างประเทศสูงถึง 2.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ สังเกตได้ว่าสิงคโปร์ให้ความสนใจการลงทุนทั้งรูปแบบการลงทุนโดยการควบรวมกิจการ (เอ็มแอนด์เอ) รวมถึงการเข้าไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศที่เปิดกว้างลงทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ

ยิ่งมีกระแสการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ภาคเอกชนไทยจำนวนหนึ่งยิ่งกังวลว่าสิงคโปร์จะใช้จังหวะการเปิดเสรีนี้เข้ามาลงทุนเพิ่มเติมมหาศาล ทำให้ภาคเอกชนไทยไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้ และต้องล้มหายตายจากไปในที่สุด

UOB Asian Enterprise Report 2014 จัดทำโดยธนาคารยูโอบี ระบุว่า จากการสำรวจบริษัทขนาดใหญ่ในสิงคโปร์ที่ดำเนินธุรกิจมาไม่ต่ำกว่า 3 ปี มีรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 200 ล้านเหรียญสิงคโปร์ พบว่า 25% มีแผนจะออกไปขยายการลงทุนในต่างประเทศ

สำหรับแรงขับเคลื่อนที่ทำให้บริษัทสิงคโปร์สนใจออกไปลงทุนต่างประเทศนั้น 25% ระบุว่า มีความต้องการของบริโภคที่เข้มแข็ง 13% มองว่ามีประเทศอื่นที่ภาษาและวัฒนธรรมคล้ายคลึงกันขณะที่ 12% บอกว่า รู้จักคนในประเทศที่ต้องการจะขยายการลงทุน

ทั้งนี้ เอเชียถือเป็นเป้าหมายที่สำคัญมากในช่วงทศวรรษนี้ เนื่องจากจำนวนชนชั้นกลางกำลังเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน ประเทศในเอเชียยังต้องการการพัฒนาและแก้ไขปัญหาจำนวนมาก อาทิ การจัดการน้ำเสีย การคมนาคม บริการสุขภาพ

อย่างไรก็ดี แม้เอกชนไทยจะกังวลกับการบุกของกลุ่มทุนสิงคโปร์ แต่ผลการสำรวจของยูโอบีกลับพบว่าไทยไม่ใช่เป้าหมายอันดับต้นๆ ในเอเชียของสิงคโปร์

ผลสำรวจพบว่า 32% ของผู้ตอบแบบสอบถามต้องการไปลงทุนในจีน ขณะที่ 32% เช่นเดียวกันต้องการไปลงทุนในมาเลเซีย ต่อมาอีก 26% ต้องการไปลงทุนในอินโดนีเซีย ถัดมา 22% ต้องการไปฟิลิปปินส์ ไปพม่าและเวียดนามอีกประเทศละ 21% ขณะที่มากัมพูชาและไทยมีเพียงประเทศละ 18%

สาเหตุที่ทำให้กลุ่มทุนสิงคโปร์สนใจจีนเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากจีนมีจำนวนประชากรชนชั้นกลางเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยประมาณการว่าจะมีผู้บริโภคชนชั้นกลางเพิ่มเป็น 670 ล้านคนภายในปี 2564 ขณะที่มาเลเซียซึ่งเป็นอันดับหนึ่งคู่กันนั้น ประชากรมีรายได้สูงมากอย่างเห็นได้ชัดในปัจจุบัน โดย 1 ใน 3 ของประชากรมาเลเซีย มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 1,500 เหรียญสหรัฐในปี 2555 สะท้อนถึงกำลังซื้อที่มากขึ้นเช่นกัน

นอกจากการลงทุนเพื่อขายสินค้าและบริการต่างๆ แล้ว อีกภาคธุรกิจหนึ่งที่สิงคโปร์สนใจเข้าไปลงทุนในอาเซียนอย่างมาก คือธุรกิจก่อสร้าง เนื่องจากภายในระยะ 7-8 ปี ระหว่างปี 2556-2563 รัฐบาลของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้น่าจะใช้งบประมาณลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไม่ต่ำกว่า 5.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 17.95 ล้านล้านบาท ขณะเดียวกันบริษัทสิงคโปร์เองก็มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างที่หลายประเทศยังต้องการความรู้

ทั้งนี้ 40% ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวสิงคโปร์ที่อยู่ในภาคธุรกิจก่อสร้าง ระบุว่าจะขยายการลงทุนไปในอินโดนีเซีย ขณะที่อีก 20% จะขยายการลงทุนไปยังมาเลเซียและพม่า

นอกจากภาคธุรกิจก่อสร้างจะสนใจเข้าไปลงทุนในพม่าแล้ว ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณูปโภค เช่น น้ำ ไฟฟ้า สิ่งอำนวยความสะดวก ถึง 33% ก็สนใจลงทุนในพม่าเช่นกัน เช่นเดียวกับอีก 20% ของภาคโลจิสติกส์ที่อยากลองลงทุนในพม่า

ไม่เพียงสิงคโปร์จะสนใจลงทุนในไทยน้อยกว่าประเทศอื่นเท่านั้น ไทยเองก็ยังสนใจไปลงทุนในสิงคโปร์น้อยกว่าประเทศอื่นๆ ด้วยเช่นกัน สังเกตว่าจีน 38% อินโดนีเซีย 24% และมาเลเซีย 20% สนใจเข้าไปลงทุนในสิงคโปร์ ขณะที่ไทยสนใจแค่ 15% เท่านั้น

แม้ท้ายที่สุด ท่าทีของสิงคโปร์จะยังไม่ได้รีบร้อนมาไทยมากเท่าประเทศอื่นในอาเซียน แต่เอกชนไทยเองก็จะนิ่งนอนใจไม่ได้ ต้องเร่งสร้างความพร้อมรับมือในประเทศก่อนที่ทุนสิงคโปร์จะเข้ามา ขณะเดียวกันก็ต้องลองเปิดใจหาโอกาสไปลงทุนในสิงคโปร์ให้มากขึ้นเช่นเดียวกัน

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน