
ซุปเปอร์ฯรุกขายไฟฟ้าเจาะกฟภ.เต็มสูบ
ซุปเปอร์ฯ เซ็นขายไฟ กฟภ.รวม 24 เมกะวัตต์ คาดจ่ายเข้าระบบสิ้นปีนี้ เตรียมทุ่มกว่า 8,000 ล้าน ซื้อสัญญาจาก 4 บริษัท
ซุปเปอร์ฯ เซ็นขายไฟ กฟภ.รวม 24 เมกะวัตต์ คาดจ่ายเข้าระบบสิ้นปีนี้ เตรียมทุ่มกว่า 8,000 ล้าน ซื้อสัญญาจาก 4 บริษัท
นายจอมทรัพย์ โลจายะ ประธานคณะกรรมการ บริษัท ซุปเปอร์บล๊อก (SUPER) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2558 บริษัท เฮลท์ แพลนเน็ท เมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แล้ว จำนวน 3 โครงการ ปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุดรวม 24 เมกะวัตต์ โดยมีกำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2558 โดยสัญญาซื้อขายไฟฟ้ามีระยะเวลา 25 ปี
นอกจากนั้น คณะกรรมการมีมติให้บริษัท ซุปเปอร์ โซล่าร์ เอนเนอร์ยี (SSE) ซึ่งถือหุ้น 100% เข้าลงทุนในโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าแสงอาทิตย์ โดยการเข้าซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมและเพิ่มทุนใหม่ในบริษัท มิเลนเนี่ยม แอคท์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทซึ่งเป็นผู้ยื่นคำขอจำหน่ายไฟฟ้าและจะเป็นผู้ลงนามในสัญญาขายไฟฟ้ากับ กฟภ. จำนวน 4 บริษัท มูลค่าการเข้าทำรายการรวมไม่เกิน 8,472.59 ล้านบาท โดยจะขออนุมัติจากการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 ในวันที่ 29 เม.ย. 2558 เพื่อเข้าทำรายการดังกล่าว
ด้านฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส (ASP) ประเมินมูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2558 เท่ากับ 2.91 บาท/หุ้น ภายใต้สมมติฐานการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแล้วเสร็จและจ่ายไฟฟ้าให้กับภาครัฐครบทุกโครงการตามแผนงานจนถึงปี 2560 ที่ผู้บริหาร SUPER ได้เปิดเผยทั้งหมด และภายหลังจากการเพิ่มทุนและการใช้สิทธิแปลงสภาพวอร์แรนต์ชุดที่ 1หรือ SUPER-W1 และชุดที่ 2 หรือ SUPER-W2 ครบถ้วนในปี 2558 ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบราว 25.7% ส่งผลให้คาดการณ์ กำไรต่อหุ้น ปี 2558 จะปรับตัวลงมาอยู่ที่ 0.018 บาท/หุ้น จากเดิมที่ 0.025 บาท และปี 2560 ภายหลังจากการเพิ่มทุน และการใช้สิทธิแปลงสภาพ ชุดที่ 3 หรือ SUPER-W3 จะเติบโตถึง 19 เท่า มาอยู่ที่ 0.35 บาท/หุ้น
ฝ่ายวิจัยได้รับข้อมูลจากผู้บริหาร SUPER และได้ความมั่นใจว่าบริษัทจะได้รับส่วนแบ่งงานโซลาร์ฟาร์มค้างท่อ และโซลาร์หน่วยงานราชการและสหกรณ์การเกษตร กำลังการผลิต 400 และ 200 เมกะวัตต์ ตามลำดับ ส่งผลให้กำลังการผลิตไฟฟ้าของ SUPER ณ สิ้นปี 2558 เท่ากับ 500 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วราว 13.5 เมกะวัตต์
“กลยุทธ์ของ SUPER มีขั้นตอนที่แตกต่างจากบริษัทอื่นๆ เนื่องจากโดยปกติ ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าจะต้องรอการอนุมัติสัญญาซื้อขายไฟฟ้าหรือ PPA ก่อน จึงจะไปกู้เงินจากสถาบันการเงิน แล้วจึงดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้า เพราะ SUPER ต้องการลดความเสี่ยงจากการถูกยึดใบ PPA อันเนื่องมาจากการก่อสร้างโรงไฟฟ้าไม่ทันตามเป้าหมาย ทำให้ไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ทันตามกำหนด แต่ก็ยังมีความเสี่ยงในประเด็นที่หาก SUPER ไม่ได้รับสัญญา PPA ตามที่คาดไว้ อาจจะส่งผลให้โครงการที่ก่อสร้างไปแล้วไม่สามารถขายไฟฟ้าให้กับทางภาครัฐได้” บล.เอเซีย พลัส ระบุ
ปัจจุบัน SUPER อยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม เฟสที่ 1 กำลังการผลิตรวม 131.6 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของงานโซลาร์ฟาร์มค้างท่อของภาครัฐ บริษัทคาดจะได้รับ PPA ภายในเดือน เม.ย. และจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ภายในเดือน พ.ค. 2558 นี้ ส่วนโซลาร์ราชการและสหกรณ์การเกษตร คาดจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ภายในปี 2558 ราว 100 เมกะวัตต์ และต่อเนื่องในงวดไตรมาสแรกปี 2559 อีก 100 เมกะวัตต์ หาก SUPER สามารถทำได้ตามแผนจะส่งผลให้ SUPER เป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มรายใหญ่สุดของประเทศ







