posttoday
‘โซพิม’สตาร์ทอัพสิงคโปร์ โกอินเตอร์สู่ตลาดหุ้นนิวยอร์ก

‘โซพิม’สตาร์ทอัพสิงคโปร์ โกอินเตอร์สู่ตลาดหุ้นนิวยอร์ก

28 เมษายน 2558

เมื่อเดือนที่แล้ว โซพิม ธุรกิจเทคโนโลยีจากสิงคโปร์เพิ่งจะโกอินเตอร์ไปเปิดตัวที่ตลาดหุ้นวอลสตรีทของสหรัฐ

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

เมื่อเดือนที่แล้ว โซพิม ธุรกิจเทคโนโลยีจากสิงคโปร์เพิ่งจะโกอินเตอร์ไปเปิดตัวที่ตลาดหุ้นวอลสตรีทของสหรัฐ และยังสามารถระดมทุนผ่านการเสนอขายครั้งแรก (ไอพีโอ) ได้ถึง 150 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4,800 ล้านบาท)

โซพิมเป็นธุรกิจบริการซอฟต์แวร์ส่งข้อความออนไลน์แบบเรียลไทม์เพื่อเป็นช่องทางของการสื่อสาร ระหว่างผู้ประกอบการกับลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของลิ้มชิงริว นักธุรกิจสิงคโปร์สาวผู้คล่องแคล่ว

จากการเติบโตในครอบครัวที่มีพ่อเป็นช่างเทคนิค ทำให้ลิ้มมีความชื่นชอบด้านเทคโนโลยีเป็นพิเศษและตัดสินใจเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (นุส) ซึ่งลิ้มได้มีโอกาสเดินทางไปประชุมแลกเปลี่ยนด้านวิชาการกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งเป็นกำเนิดของเทคโนโลยีใหม่ๆ หลายแห่ง เช่น เฟซบุ๊กโซเชียลมีเดียชื่อดัง

จากจุดนั้นเองที่เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ลิ้มสนใจที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจเทคโนโลยีบ้าง โดยหลังจากลิ้มกลับมาจากฮาร์วาร์ด เจ้าตัวก็เลือกสาขา “ผู้ประกอบการธุรกิจเทคโนโลยี” เป็นวิชาเลือก และเริ่มหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์

ไม่นานนัก ลิ้มก็ได้ รอนสตัน เตย์ เหวินเซียงอู๋ หยางปินกว็อก และจูเลียนโหล่ มาเป็นผู้ร่วมอุดมการณ์ในการสร้างโซพิมให้เป็นจริง

ในช่วงแรกการระดมทุนเต็มไปด้วยความยากลำบาก โดยลิ้มต้องเดินสายไปสหรัฐเพื่อนำโครงการธุรกิจไปเข้าประกวดเพียงลำพัง และไม่สามารถระดมทุนได้เพียงพอ แต่แม้จะไม่ชนะก็ตาม ด้วยความสามารถและความเชื่อมั่นใจธุรกิจ ทำให้โครงการโซพิมสามารถผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ

จากนั้นหุ้นส่วนทั้ง 5 จึงพยายามอีกครั้งด้วยการเริ่มเก็บเงินกันคนละ 500 เหรียญสิงคโปร์ (ราว 1.224 หมื่นบาท) ต่อเดือน เพื่อเป็นทุนเริ่มแรกให้กับธุรกิจโดยใช้เวลากว่า 2 ปี นอกจากนี้ยังเข้าร่วมโครงการลงทุนในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของหน่วยงานพัฒนาสื่อของสิงคโปร์ เป็นเงินถึง 2.5 แสนเหรียญสิงคโปร์

ทั้งนี้ ผู้ร่วมทุนทั้ง 5 เปิดเผยว่า ไม่ต้องการระดมทุนด้วยการให้บริษัทขนาดใหญ่เข้ามาถือหุ้น เนื่องจาก บริษัทเหล่านั้นอาจทำให้เป้าหมายของบริษัทเปลี่ยนแปลงไปได้

ด้านการทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทางทีมใช้เวลากว่า 2 ปีในการเปิดให้บุคคลทั่วไปทดลองใช้อย่างฟรีๆ และเมื่อประกาศการเก็บเงินค่าบริการในช่วงสิ้นปี 2009 ก็กลายเป็นธุรกิจที่ทำกำไรอย่างมหาศาลในช่วง 2-3 เดือนหลังจากนั้น และในปี 2012 ผลประกอบการของโซพิมพุ่งไปถึง 1 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (ราว 24.4 ล้านบาท) และมีฐานลูกค้าถึง 4 แสนรายนอกประเทศ

ความสำเร็จดังกล่าวทำให้มีธุรกิจรายใหญ่สนใจเข้าซื้อกิจการจากทุกทิศทุกทาง อย่างไรก็ตามการตัดสินขายธุรกิจก็ไม่ง่ายเลยสำหรับลิ้มที่จะตัดสินใจ

“ถึงแม้ว่าเราจะไม่ปิดกั้นโอกาสในการขายธุรกิจนะคะ แต่มันก็ไม่ง่ายเลยที่จะตีค่าความทุ่มเทธุรกิจของเราออกมาเป็นราคา” ลิ้ม กล่าว

ในท้ายที่สุด ผู้บริหารโซพิม ตัดสินใจขายกิจการให้กับเซนเดสก์ ธุรกิจซอฟต์แวร์รายใหญ่จากสหรัฐเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากชื่นชมในสไตล์การบริหาร ซึ่งสามารถเข้ากับวัฒนธรรมของโซพิมได้อย่างดีเยี่ยม

เซนเดสก์เข้าซื้อกิจการดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ของปีที่แล้ว แล้วนำธุรกิจดังกล่าวเข้าไปจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชนในสหรัฐ และสามารถระดมทุนจากการเปิดขายครั้งแรก (ไอพีโอ) โดยราคาหุ้นยังทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วจากราคาไอพีโอที่ 9 เหรียญสหรัฐ เป็น 11.40 เหรียญสหรัฐ อย่างรวดเร็ว และเมื่อไม่นานมานี้ราคาหุ้นของโซพิมก็ทะยานขึ้นไปถึง 23.80 เหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม แทนที่ลิ้มจะเกษียณตัวเองและพักผ่อน เจ้าตัวกลับรับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ลูกค้าให้กับเซนเดสก์ และดูแลการควบรวมระหว่างโซพิมกับเซสเดสก์ให้ราบรื่น โดยขณะนี้พนักงานของโซพิม 30 รายทำงานให้เซนเดสก์

ทุกวันนี้ โซพิมกำลังพัฒนาไม่หยุดยั้ง โดยล่าสุดพนักงานทุกคนกำลังพยายามขับเคลื่อนโครงการ “โซพิม พรีเมียม” ซึ่งเป็นโปรแกรมตัวใหม่สำหรับการพูดคุยของกิจการขนาดใหญ่กับลูกค้าโดยเฉพาะ

ขณะที่ชีวิตของลิ้มใช้เม็ดเงินที่ได้จากการขายธุรกิจไปกับการช่วยเหลือธุรกิจเกิดใหม่ (สตาร์ทอัพ)

“ฉันทำงานอย่างหนักจริงๆ ที่จะมายืนจุดนี้ และตอนนี้ก็ถึงเวลาของฉันแล้วที่จะสร้างโซพิม รายใหม่ๆ บ้าง” ลิ้มกล่าวทิ้งท้ายไว้

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน