บัณฑูรชี้โจทย์ศก.ประเทศต้องเร่งแก้มากกว่าดอกเบี้ย
บัณฑูร ยอมรับเศรษฐกิจไตรมาสแรกไม่ดีอย่างที่คาด นโยบายการเงินช่วยไม่ได้ทั้งหมด ชี้ต้องเร่งแก้ไขกฎระเบียบให้เป็นไปตามสากล ระบุถ้าประมงไม่ผ่านเกณฑ์อียูอันตรายแน่
บัณฑูร ยอมรับเศรษฐกิจไตรมาสแรกไม่ดีอย่างที่คาด นโยบายการเงินช่วยไม่ได้ทั้งหมด ชี้ต้องเร่งแก้ไขกฎระเบียบให้เป็นไปตามสากล ระบุถ้าประมงไม่ผ่านเกณฑ์อียูอันตรายแน่
นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2558 ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดไว้ โดยมีตัวแปรสำคัญคือการส่งออกที่ซบเซาลง ซึ่งประเด็นหลักตอนนี้ไม่ใช่อยู่ที่การเลือกตั้ง แต่อยู่ที่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจมากกว่า โดยเฉพาะการแก้ไขปรับปรุงระเบียบให้เป็นไปตามกติกาสากล ทั้งเรื่องการค้ามนุษย์ และการบินระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ การที่ประเทศไทยโดนใบเหลืองจากสหภาพยุโรปเกี่ยวกับการทำประมงผิดกฎหมาย เป็นเรื่องที่ต้องรีบแก้ไขโดยด่วน เพราะแต่ละปีประเทศไทยส่งออกสินค้าประมงเป็นมูลค่ามหาศาล การถูกใบเหลืองถือเป็นสัญญาณที่อันตรายต้องเร่งแก้ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพราะหากอียูปิดประตูใส่ ประเทศไทยจะเจอกับวิกฤตแน่นอน
นายบัณฑูร กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) 29 เม.ย. นี้ จะปรับลดหรือคงดอกเบี้ยไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาโดยตรง จะช่วยได้แค่ขั้นหนึ่ง ไม่ถึงกับพลิกสถานการณ์ได้ โดยทุกฝ่ายรู้โจทย์ของเศรษฐกิจดีอยู่แล้ว ถ้าจะให้เศรษฐกิจฟื้นจริงต้องมีการผลิต และการส่งออก ร่วมกับการลงทุนและเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ขณะที่เอกชนก็ต้องพยายามหาตลาดใหม่แทนตลาดที่ซบเซา
สำหรับการส่งผ่านนโยบายดอกเบี้ยนั้น ภาคธนาคารก็ปรับลดลงตาม แต่ไม่ใช่จะเห็นผลได้ทันที ส่วนลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยค่าเงินบาทอ่อนค่าลงก็ช่วยระดับหนึ่งแต่จะต้องขึ้นอยู่ที่ฝีมือของผู้ค้าเองด้วย ถ้าเทียบค่าเงินบาทกับเงินเหรียญสหรัฐแล้วก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก เพียงแต่เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลอื่น จึงทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นด้วย
นายบัณฑูร กล่าวถึงธุรกิจธนาคารว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 1 ถือเป็นวัฏจักรปกติของเศรษฐกิจไม่เติบโตตามที่คาด และการปล่อยสินเชื่อแผ่วลงไป จึงทำให้สัดส่วนเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อรวมสูงขึ้นตามฐานเงินกู้ที่ลดลง โดยธนาคารมีการตั้งสำรองหนี้ไว้เพียงพอ ระมัดวังการปล่อยสินเชื่อ และปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในระยะต่อไป







