
เอคเซนเชอร์ชูไอที อุ้มธุรกิจพลังงานโตยั่งยืน
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เคยทะลุ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ภายใน 7 เดือน ตกมาเหลือ 45-55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็นความท้าทายทำให้ธุรกิจพลังงานต้องปรับตัวรับรายได้ที่ลดลงตามราคาน้ำมัน รวมถึงผู้ประกอบการไทย
ราเมซ แนร์ กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคอาเซียน ดูแลกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมทรัพยากร บริษัท เอคเซนเชอร์ กล่าวว่า ดูแลให้คำปรึกษาและบริการรับจ้างภายนอก (เอาต์ซอร์ส) ลูกค้าธุรกิจพลังงาน สาธารณูปโภค โลหะ เหมืองแร่ ทรัพยากรธรรมชาติ และเคมีภัณฑ์ พบว่ากลุ่มพลังงานได้รับผลกระทบหนักจากราคาน้ำมันตกต่ำ กว่าราคาน้ำมันจะฟื้นตัวคงไม่ต่ำกว่า 2 ปี ซึ่งก็ไม่น่าไปถึงกว่า 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ระหว่างนี้ปรับตัวได้มากสุดคงจะ 55-70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ผู้ประกอบการต้องคิดเรื่องทำให้ธุรกิจพลังงานยั่งยืนได้ท่ามกลางราคาระดับนี้
แนวทางสำคัญมี 3 ด้าน คือ 1.ร่วมมือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเดียวกัน เช่น จับมือจัดซื้อวัตถุดิบที่ต้องใช้เหมือนกันเพื่อต้นทุนที่ถูกลง ใช้โลจิสติกส์หรือทรัพยากรร่วมกัน 2.พัฒนาศักยภาพภายในองค์กร ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มผลิตภาพ บูรณาการงานภายใน และบริหารบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ และ 3.การตัดสินใจของผู้บริหารต้องอิงข้อเท็จจริง ผู้บริหารต้องประเมินพอร์ตธุรกิจใหม่ และทำให้โครงสร้างต้นทุนโปร่งใสขึ้น
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ต้องอาศัยเทคโนโลยีเป็นส่วนสำคัญ ซึ่งในอเมริกาและยุโรปทำกันแล้ว แต่ไทยอยู่ในช่วงแนะนำผู้ประกอบการ
อินทิรา เหล่ามีผล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมทรัพยากร บริษัท เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีช่วยธุรกิจพลังงานยั่งยืน ได้แก่ เก็บข้อมูลจัดซื้อสินค้าอย่างละเอียด จากนั้นใช้เทคโนโลยีประเมินว่าต้องซ่อมช่วงเวลาใด จะได้วางแผนล่วงหน้าก่อนออกใบสั่งซื้อวัตถุดิบทันเวลา
การนำคิวอาร์โค้ดมาให้พนักงานสแกนเพื่อดูข้อมูลขั้นตอนซ่อมบำรุง ช่วยให้คนประสบการณ์น้อยทำตามขั้นตอนถูกต้อง การนำโมบาย แอพพลิเคชั่น มาปรับระบบการทำงานให้ดีขึ้น เพราะพนักงานทุกคนใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่กันอยู่แล้ว ช่องทางนี้เป็นคู่มือให้ความรู้การมีระบบสัญญาณติดตามตัวช่วยให้ทราบว่าใครอยู่จุดไหนและศูนย์ควบคุมแจ้งรายบุคคลในพื้นที่เสี่ยงได้
เทคโนโลยีมีมหาศาล ขอเพียงธุรกิจสนใจก็ทำให้ธุรกิจยั่งยืนได้







