
อุตฯตั้งเป้าไทยเป็นศูนย์กลางผลิตอาหารฮาลาล
กระทรวงอุตฯ เสนอยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมฮาลาล ใช้งบ 4,000 ล้านบาท ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารฮาลาล สร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า เพิ่มการส่งออกเป็น 5 แสนล้านบาทจากเดิมที่ส่งออกได้ 8 หมื่นล้านบาท
กระทรวงอุตฯ เสนอยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมฮาลาล ใช้งบ 4,000 ล้านบาท ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารฮาลาล สร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า เพิ่มการส่งออกเป็น 5 แสนล้านบาทจากเดิมที่ส่งออกได้ 8 หมื่นล้านบาท
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ยุทธศาตร์ส่งเสริมพัฒนาศักยภาพธุรกิจสินค้า และบริการฮาลาล ปี 2554-2558 เป็นการร่วมมือกันระหว่งหลายกระทรวง คาดว่าจะใช้งบประมาณทั้งหมดประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายให้ไทยสามารถส่งออกสินค้าฮาลาลได้ 5 แสนล้านบาท ภายใน 5 ปี จากเดิมที่ส่งออกได้ในระดับ 8 หมื่นล้านบาท
นายเพ็ชร ชินบุตร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า สถาบันอาหารได้ชี้แจงยุทธศาสตร์ส่งเสริมพัฒนาศักยภาพธุรกิจสินค้า และบริการฮาลาลภายใต้การดำเนินงานตั้งแต่ปี 2554 – 2559 ต่อนายชัยวุฒิ โดยมีเป้าหมายพัฒนาไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตและบริการฮาลาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่น พัฒนาสินค้าและบริการให้เป็นที่ยอมรับแก่ลูกค้ามุสลิมทั่วโลก และเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มอาหารมุสลิม โดยคาดว่านายชัยวุฒิ จะเร่งผลักดันโครงการนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเร็ว
สำหรับโครงการหลักภายใต้ยุทธศาสตร์ แบ่งออกเป็น 5 โครงการ ประกอบด้วย 1.การเสริมสร้างศักยภาพการผลิตสินค้าและบริการฮาลาล 2. การเสริมสร้างศักยภาพการตรวจรับรองฮาลาล 3. การพัฒนาศักยภาพการตลาดฮาลาลสู่สากล 4.การพัฒนาศักยภาพการวิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์ฮาลาล เพื่อสร้างความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมฮาลาลของประเทศ 5.การบริหารจัดการเพื่อเสร้มสร้างความเข้มแข็งในการพัฒนาอุตสาหกรรมธุรกิจและการค้าฮาลาล
ภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าว จะส่งเสริมอุตสาหกรรรมฮาลาลทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยจะพัฒนาโรงงานอาหารในไทยให้ได้รับมาตรฐานถูกต้องตามหลักศาสนามากขึ้น ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาการผลิตวัตถุดิบ โรงเชือดสัตว์ให้ได้รับมาตรฐานฮาลาล โดยจะมุ่งเน้นการพัฒนาไปยังภาคใต้ ที่เป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญก่อน และจะขยายไปยังทั่วประเทศ
ขณะเดียวกันจะส่งเสริมให้มีการลงทุนร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการไทยกับนักลงทุนต่างชาติชาวมุสลิม เพื่อสร้างความมั่นให้กับลูกค้า และเรียนรู้การผลิตที่ถูกต้อง เช่น ร่วมลงทุนเลี้ยงแกะ โรงงานอาหาร เป็นต้น
ทั้งนี้ โครงการนี้จะช่วยให้ไทยสามารถผลิตอาหารฮาลาลเพื่อการส่งออกได้มากขึ้น เพราะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าทั้งที่เป็นชาวมุสลิม และบุคลธรรมดาทั่วไปที่นิยมบริโภคอาหารมุสลิมได้ ซึ่งในปัจจุบันไทยมีส่วนแบ่งทางการตลาดในสินค้าอาหารฮาลาลค่อนข้างน้อย โดยในปี 2552 สามารถส่งออกสอาหารฮาลาลได้ 8 หมื่นล้านบาทไปยังตลาดตะวันออกกลาง ขณะที่มูลค่าตลาดอาหารฮาลาลทั่วโลกมีมูลค่า 5.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จึงยังมีช่องทางขยายส่วนแบ่งได้
“เป้าหมายของเราคือการขึ้นมาเป็นหนึ่งในทางเลือกของลูกค้าในตลาดฮาลาล โดยเฉพาะตลาดจีน และอาเซียน ที่มีความต้องการสินค้ามุสลิมมาก ถ้าไทยเริ่มต้นที่จะพัฒนาในตอนนี้หลังจากมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 สินค้าไทยก็จะสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้มากขึ้น” นายเพ็ชร กล่าว
สำหรับยุทธศาสตร์ดังกล่าว เป็นการร่วมมือระหว่าง 6 กระทรวงหลัก ได้ แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงต่างประเทศ และกระทรวงวิทยาศาสตร์ ที่มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน







