posttoday
วรรณรัตน์ ยัน ไม่มีนโยบายใช้เงินกองทุนลดราคาน้ำมัน

วรรณรัตน์ ยัน ไม่มีนโยบายใช้เงินกองทุนลดราคาน้ำมัน

25 มิถุนายน 2553

 

 

"วรรณรัตน์"เมินลดเงินกองทุนน้ำมันฯอุ้มดีเซล แนะลดภาษีสรรพสามิตทำได้ง่ายกว่า ติงคลังรอแตะลิตรละ30บาท ก่อนตัดสินใจ

นพ.วรรณรัตน์  ชาญนุกูล  รมว.พลังงาน   เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ.(กพช.) วันที่ 28 มิ.ย. ที่มีนายอภิสิทธิ์   เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน  ยังไม่ได้บรรจุวาระแนวทางการลดราคาน้ำมัน 2 บาท/ลิตรเข้าสู่ที่ประชุม  และยังไม่มีนโยบายลดอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯเพื่อทำให้ราคาน้ำมันปรับลดลง   ซึ่งหากต้องการช่วยเหลือประชาชนจริงก็ควรจะลดอัตราภาษีสรรพสามิตเพราะสามารถดำเนินการได้ทันที

นอกจากนี้ หากพิจารณาจากทิศทางราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมามีความผันผวนขึ้นลงเร็ว ในแต่ละวัน ในขณะที่ราคาขายปลีกดีเซล อยู่ที่ระดับ28.89 บาท/ลิตร  ส่วนบี 5 อยู่ที่  27.99  บาท/ลิตร ซึ่งยังไม่ถึงระดับ 30 บาท/ลิตรที่จะสร้างผลกระทบให้กับประชาชน  ดังนั้นคงต้องพิจารณาให้รอบคอบ ประกอบกับแนวโน้มราคาน้ำมันตลาดโลกเฉลี่ยทั้งปีไม่น่าจะเกินระดับ 80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

ทั้งนี้ หากจะเลือกวิธีลดอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯเพื่อทำให้ราคาน้ำมันปรับลดลงนั้น ในทางปฏิบัติคงช่วยลดราคาน้ำมันได้เล็กน้อย เนื่องจากอัตราที่จัดเก็บก็ต่ำอยู่แล้ว โดยดีเซล จัดเก็บอยู่ลิตรละ 65 สต.   ในขณะที่บี5 ยังต้องใช้เงินไปอุดหนุนราคาลิตรละ 50 สต. นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงภาระกองทุนน้ำมันฯที่ต้องมีรายจ่ายชดเชยการนำเข้าก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)ด้วย  โดยสถานะกองทุนน้ำมันฯล่าสุดมีเงินสดอยู่ 2.3 หมื่นล้านบาท มีรายรับเฉลี่ยเดือนละ 3,000 บาท และมีรายจ่ายกว่า 2,700 บาท ส่งผลให้มีรายได้เข้ากองทุนน้ำมันฯประมาณเดือนละ 250 ล้านบาท เท่านั้น 

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมกพช.จะมีการเสนอมาตรการลดผลกระทบด้านพลังงาน 3 ด้าน คิดเป็นวงเงินที่รัฐจะใช้ในการดูแล  2.16  หมื่นล้านบาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน (ก.ย.53-ก.พ.54) ได้แก่ การตรึงราคาแอลพีจี ออกไปอีก6 เดือน (ก.ย.53-ก.พ.54) คาดว่ากองทุนน้ำมันฯต้องใช้เงินชดเชยการนำเข้ารวม 1.32  หมื่นล้านบาท 2.การตรึงราคาก๊าซธรรมชาติ(เอ็นจีวี)  โดยจะจ่ายชดเชยให้ปตท. 2 บาท/ก.ก. ทำให้เกิดภาระรวม 1,800-2,400 ล้านบาท และ3.การตรึงค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที)  ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)จะรับภาระแทนประชาชนประมาณ 5,996  ล้านบาท

น.พ.วรรณรัตน์  กล่าวว่า นอกจากนี้ในที่ประชุมจะเสนอแนวทางการพิจารณาเงื่อนไขการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียน ซึ่งมีการปรับปรุงใหม่ โดยจะยกเลิกอัตราส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (แอดเดอร์) เดิมทั้งหมด เนื่องจากบางประเภทมีอัตราที่สูงและจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคในการคำนวณค่าเอฟที ขณะเดียวกันเทคโนโลยีในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเริ่มมีต้นทุนที่ลดลงแล้ว โดยจากนี้ไปการกำหนดแอดเดอร์จะพิจารณาเป็นรายโครงการตามความเหมาะสมคำนึงถึง การลงทุนของเทคโนโลยีที่ใช้และชนิดของพลังงานทดแทน

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน