
กรมศุลฯฟันภาษี2ค่ายรถดัง
ค่ายรถดังเจอกรมศุลฯ เรียกภาษีเพิ่ม โตโยต้าเจอไป 1.6 หมื่น้าน อีซูซุ 1‚700 ล้าน
ค่ายรถดังเจอกรมศุลฯ เรียกภาษีเพิ่ม โตโยต้าเจอไป 1.6 หมื่น้าน อีซูซุ 1‚700 ล้าน
นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของกรมศุลกากร ได้มีมติให้เรียกเก็บภาษีอากรที่บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จ่ายขาดไป รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 1.16 หมื่นล้านบาท ตามที่ตรวจพบเมื่อเดือน มิ.ย. 2555
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรได้ตรวจสอบการชำระอากรของบริษัท โตโยต้า ที่นำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นมาประกอบเป็นรถยนต์โตโยต้า รุ่น พรีอุส ระหว่างปี 2553-2555 ตามใบขนสินค้า 244 ฉบับ พบว่ามีการสำแดงในใบขนและขอใช้สิทธิลดอัตราการนำเข้าไม่ตรงตามข้อเท็จจริง จึงมีความผิดโดยชำระภาษีอากรไม่ถูกต้อง เป็นเหตุให้อากรและภาษีขาดดังนี้ อากรขาเข้า 7,605 ล้านบาท ภาษีสรรพสามิต 2,024 ล้านบาท ภาษีเพื่อมหาดไทย 216 ล้านบาท และภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) 1,822 ล้านบาท โดยกรมศุลกากรได้ทยอยออกแบบแจ้งการประเมินอากรให้บริษัท โตโยต้า มาชำระค่าภาษีอากรที่ขาดแล้ว
นอกจากนี้ กรมศุลกากรยังได้ตรวจสอบเอกสารการนำเข้าของบริษัท อีซูซุมอเตอร์ ประเทศไทย ระหว่างปี 2543-2545 มีการนำเข้าชุดเกียร์ ตามใบขน 102 ฉบับ จากประเทศพิลิปปินส์ โดยขอใช้สิทธิลดอัตราอากรตามโครงการความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางอุตสาหกรรมอาเซียน (AICO) จากอัตราปกติ 42% ลดลงเหลือ 5% แต่ได้นำเข้าเกินกว่าสิทธิที่ได้รับ ทำให้อากรขาดไป 753 ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 52 ล้านบาท
ทั้งนี้ คณะกรรมการอุทธรณ์มีมติให้บริษัท อีซูซุ ชำระอากรที่ขาดเป็น 2 กรณี คือ กรณีที่ใช้สิทธิเกิน และการนำเข้าไม่ตรงรุ่น ให้ชำระอากรในอัตราปกติ 42% เป็นเหตุให้อากรขาดไป 624 ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่มขาด 43 ล้านบาท เงินเพิ่มอากร 1,042 ล้านบาท เงินเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม 43 ล้านบาท เบี้ยปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม 43 ล้านบาท ซึ่งกรมได้มีหนังสือแจ้งให้บริษัท อีซูซุ รับทราบแล้ว
“หากโตโยต้ากับอีซูซุไม่เห็นด้วยที่จะจ่ายภาษี ก็สามารถส่งเรื่องฟ้องศาลให้พิจารณาได้ แต่ในส่วนของกรมศูลกากรเสร็จเรียบร้อยแล้ว” นายสมชัย กล่าว
รายงานข่าวจากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า บริษัทยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องการชำระภาษีเพิ่มจากกรมศุลกากร อย่างไรก็ตามบริษัทพร้อมให้ความร่วมมือในการชี้แจงและยืนยันว่า บริษัทดำเนินธุรกิจบนหลักธรรมาภิบาลตลอดระยะเวลาที่อยู่ในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2505 ถึงปัจจุบัน







