
แบงก์ยังระวังปล่อยกู้มี.ค.สินเชื่อโต3.7%
สินเชื่อเดือน มี.ค. เพิ่ม 3.7% คาดแบงก์ยังระวังให้กู้ ทำให้ไตรมาส 2 โตไม่มากนัก
สินเชื่อเดือน มี.ค. เพิ่ม 3.7% คาดแบงก์ยังระวังให้กู้ ทำให้ไตรมาส 2 โตไม่มากนัก
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปข้อมูลสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่อง ของธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2558 พบว่า ธนาคารพาณิชย์ให้สินเชื่อ 10.132 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 5.15 หมื่นล้านบาท และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 3.7% โดยยังเป็นการเติบโตของสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ และส่วนใหญ่เป็นการเติบโตของสินเชื่อเพื่อธุรกิจและเอสเอ็มอี ขณะที่สินเชื่อเพื่อเช่าซื้อยังคงหดตัวต่อเนื่อง
สำหรับเงินฝากมียอดคงค้าง 11.139 ล้านล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 9.72 หมื่นล้านบาท และเพิ่มขึ้น 6.93% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นการปรับสมดุลของธนาคารพาณิชย์ หลังจากเงินฝากเพิ่มขึ้นน้อยในช่วง 2 เดือนก่อน และรองรับการไถ่ถอนหุ้นกู้ด้อยสิทธิระยะยาวก่อนกำหนดของธนาคารบางแห่ง
ทั้งนี้ เงินฝากที่เพิ่มขึ้นมากกว่าสินเชื่อ ส่งผลให้แนวโน้มสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทยในเดือน มี.ค. ผ่อนคลายลง โดยอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (LTD+Borrowing Ratio) ขยับลงมาเล็กน้อยที่ระดับ 85.11% จาก 85.22% ในเดือน ก.พ.
สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 2 ปีนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า สินเชื่อมีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก แต่ไม่มากนัก เนื่องจากธนาคารพาณิชย์คงเพิ่มความระมัดระวังการให้สินเชื่อ หลังจากข้อมูลผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปีนี้ จำนวนสินเชื่อตกชั้นและภาระการกันสำรองหนี้ของธนาคารยังปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ความต้องการสินเชื่อยังเพิ่มขึ้น ทั้งจากสินเชื่อธุรกิจที่เติบโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ส่วนสินเชื่อรายย่อยยังได้แรงหนุนจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่มีทิศทางเติบโตดี
ด้านแนวโน้มเงินฝากในไตรมาส 2 น่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาสแรกที่ผ่านมา ตามการปรับโครงสร้างเงินฝากเพื่อบริหารต้นทุนการเงินของธนาคารให้สอดคล้องกับสินเชื่อ ประกอบกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่คาดว่าจะทรงตัวในระดับต่ำตลอดปีนี้ ทำให้การแข่งขันด้านราคาระหว่างธนาคารมีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้ทิศทางสภาพคล่อง หรืออัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 2 ไม่แตกต่างจากสิ้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา







