
ฌาปนกิจสงเคราะห์
ช่วงนี้ข่าวประชาชนถูกหลอกทั้งตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ มาถึงข่าวถูกหลอกส่งเงิน
ช่วงนี้ข่าวประชาชนถูกหลอกทั้งตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ มาถึงข่าวถูกหลอกส่งเงินเข้าฌาปนกิจสงเคราะห์แต่พอเสียชีวิต ญาติไม่ได้รับเงินช่วยเหลือค่าปลงศพตามสัญญา
ด้วยวัฒนธรรมไทยโอบอ้อมอารี ช่วยเหลือกัน เมื่อมีคนเสียชีวิต ญาติสนิทมิตรสหายทั้งของผู้ตายและลูกหลาน ชาวบ้านก็จะไปช่วยเหลือกัน ทั้งลงแรงและการลงขัน ใส่เงินช่วยทำบุญในงานศพ จนเป็นประเพณีอย่างหนึ่งของไทย
ต่อมาทางราชการก็ได้มีการออกพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 เพื่อเป็นหลักประกันให้ประชาชนรวมกลุ่มกันมากขึ้น เพื่อให้การช่วยเหลือกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งเพื่อเป็นหลักประกันในเรื่องความมั่นคงทางการเงินและทางจิตใจด้วย
คำนิยาม “การฌาปนกิจสงเคราะห์” หมายความว่า “กิจการที่บุคคลหลายคนตกลงเข้าร่วมกันเพื่อทำการสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพ หรือจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ตกลงเข้าร่วมกันนั้น ซึ่งถึงแก่ความตายและมิได้ประสงค์จะหากำไรหรือรายได้เพื่อแบ่งปันกัน”
กฎหมายฉบับนี้มี รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และมีผู้อำนวยการสำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) เป็นนายทะเบียนกลาง มีหน้าที่การควบคุมดูแลรวมทั้งการแก้ไขกฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบและประกาศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการฌาปนกิจสงเคราะห์ ซึ่งกลุ่มองค์กรใดจะจัดตั้ง ฌาปนกิจสงเคราะห์ต้องมาลงทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ยกตัวอย่าง สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งหนึ่ง กำหนดให้สมาชิกจะต้องเสียเงินค่ารายเดือนให้แก่สมาคมคิดเป็นเงินศพละ 10 บาท โดยแต่ละเดือนจะเรียกเก็บเงิน 600-700 บาท/ราย เมื่อสมาชิกเสียชีวิตญาติจะได้รับเงินค่าปลงศพประมาณ 2 แสนบาท ซึ่งถือเป็นหลักการดีเพราะเหมือนการช่วยเงินทำบุญงานศพตามปกติ แต่ส่วนใหญ่ปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะผู้บริหารฌาปนกิจสงเคราะห์มีการยักยอกเงิน เมื่อสมาชิกเสียชีวิตแล้วถูกฉ้อโกง บิดพลิ้วไม่จ่ายเงินให้ญาติสมาชิกที่เสียชีวิตไปแล้ว
ดังนั้น ข้อแนะนำก่อนที่จะสมัครเป็นสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งใดก็ตาม จะต้องตรวจสอบว่าฌาปนกิจสงเคราะห์ ได้ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ใครเป็นผู้บริหารน่าเชื่อถือไหม ต้องติดตามการดำเนินงานของกองทุนฯ อย่างสม่ำเสมอ เก็บหลักฐานการจ่ายเงินและสัญญาไว้ และต้องแจ้งญาติให้ทราบว่าเราสมัครเป็นสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ใด และหากเสียชีวิตจะต้องติดต่อใครอย่างไร







