posttoday
กางจุดร่วมไทย-พม่า คลี่ปมชายแดนสร้างอนาคต

กางจุดร่วมไทย-พม่า คลี่ปมชายแดนสร้างอนาคต

23 เมษายน 2558

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

เนื่องจากเป็นประเทศที่มีภูมิศาสตร์ที่ตั้งติดกัน ส่งผลให้ไทยและพม่ามีประวัติศาสตร์และประสบการณ์ต่างๆ ร่วมกันมานานนับร้อยปี ความใกล้ชิดกันนี้เองส่งผลให้ไทยและพม่าต้องเผชิญปัญหาต่างๆ ร่วมกันด้วย หากทั้งสองประเทศต้องการก้าวเข้าสู่อนาคตที่สดใส จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมองปัญหาร่วมกัน เพื่อวางยุทธศาสตร์แก้ปัญหาทั้งมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมอย่างตรงจุด

ล่าสุด สถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ISIS Thailand) ร่วมกับสถาบันศึกษากลยุทธ์และนานาชาติของพม่า (Myanmar ISIS) จัดงานสัมมนาหัวข้อ “Entwined Past and Shared Future : Thai-Myanmar Relations in a Regional Perspective” โดยมีทั้งชาวไทยและชาวพม่าร่วมเป็นวิทยากร

ยุ้นหม่องเชน ประธานMyanmar ISIS วิเคราะห์ว่า ปัญหาหลักของไทย-พม่ามีอยู่ 2 เรื่อง ได้แก่ 1.แรงงานข้ามชาติ ปัจจุบันพม่ามีแรงงานเข้าไปทำงานในอาเซียน 3 ประเทศหลัก ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย แต่สำหรับไทยนั้นมีแรงงานชาวพม่ามากถึง 3 ล้านคน ทั้งที่มีเอกสารถูกต้องและไม่มีเอกสาร

2.ปัญหาการค้ามนุษย์ ที่ผ่านมามีขบวนการค้ามนุษย์ในพม่าส่งคนมาที่ไทยโดยเฉพาะกรุงเทพฯ กลุ่มที่ถูกส่งมามากที่สุด คือ กลุ่มเด็กและสตรี โดยจะถูกส่งเข้ามาขายบริการ

“หากเทียบจากพรมแดนพม่ากับเพื่อนบ้าน ไทยถือเป็นประเทศที่มีพรมแดนร่วมกันมากเป็นอันดับ 2 มีพื้นที่ติดกันร่วม 2,000 กิโลเมตร เพราะแนวชายแดนของเราติดกันยาวขนาดนี้ จึงทำให้ปัญหาของเราค่อนข้างซับซ้อน ทั้งสองประเทศต้องร่วมกันจัดการชายแดนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยอาจต้องทำข้อตกลงร่วมกัน”

นอกจากนี้ ไทยและพม่ายังอาจมีความสัมพันธ์ร่วมกันในอนาคต ผ่านนโยบายเส้นทางสายไหมทางทะเล (Maritime Silk Road) ของจีนด้วย เนื่องจากจีนต้องการเชื่อมโยง 2 มหาสมุทรเข้าด้วยกัน และจำเป็นต้องเข้าถึงพม่าและไทยเพื่อออกสู่ทะเล

ด้าน กษิต ภิรมย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ มองว่านอกจากปัญหาแรงงานข้ามชาติและผู้อพยพลี้ภัยเข้ามาอยู่ในไทยแล้ว ยังมีปัญหาที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนอีกหลายประเด็น เช่น ปัญหาการเจรจาสันติภาพระหว่างชนกลุ่มน้อยของพม่ากับรัฐบาลพม่า ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางผ่านชายแดน ตลอดจนทำให้ผู้ที่จะติดต่อกับพม่าต้องติดต่อ 2 ระดับ คือ ติดต่อทั้งรัฐบาลกลางและติดต่อกับชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ เพื่อเจรจาเรื่องหนึ่ง นอกจากนี้ ชายแดนยังมีปัญหาอาชญากรรมข้ามพรมแดนด้วย

อีกประเด็นที่ควรจัดการร่วมกัน คือ การทบทวนตำราเรียนและตำราประวัติศาสตร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงของไทยและพม่า

“ผมเคยพูดเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่เกิดการแก้ไข เราต้องจัดการตำราเรียนเหล่านี้ใหม่ เพื่อแก้ปัญหาการมองประเทศเพื่อนบ้านในเชิงดูถูกกัน ไม่พอใจกัน พวกเราอาเซียนต้องมาชำระตำราและประวัติศาสตร์นี้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ให้ชาวต่างชาตินอกภูมิภาคมาเขียน”

ทั้งนี้ หากจะแก้ปัญหาบริเวณชายแดน ควรจะมีคณะกรรมาธิการร่วมถาวรขึ้นมาช่วยแก้ปัญหาโดยเฉพาะ เช่น คณะกรรมาธิการร่วมถาวรด้านแรงงานข้ามชาติและการค้ามนุษย์

ขณะเดียวกัน กษิต บอกว่า ด้านเศรษฐกิจที่กำลังจะมีเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นบันไดเชื่อมการค้าการลงทุนให้ทั้งสองประเทศ ตลอดจนการลงทุนของไทยในพม่า ควรให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบ
ต่อสังคมขององค์กรด้วย เพื่อให้ประเทศผู้รับการลงทุนยังเติบโตไปได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่เป็นการลงทุนที่เอาเปรียบประเทศผู้รับการลงทุน

ด้าน กวี จงกิจถาวร นักวิชาการอาวุโส ISIS Thailand บอกว่า นับตั้งแต่อดีตมาไทยและพม่ามีความสัมพันธ์กันหลายรูปแบบ เช่น ด้านธุรกิจ พม่ากลายเป็นโอกาสสำหรับนักธุรกิจไทยที่ต้องการขยายตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของไทยยี่ห้อหนึ่งเข้าไปเจาะตลาดพม่าแล้วขายดีมาก นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสในการ
ลงทุนด้วย

ขณะเดียวกัน ไทยและพม่าก็ยังมีความสัมพันธ์ด้านที่คนอาจไม่ได้นึกถึงมากนัก เช่น ผู้นำไทยหลายคนต้องเดินทางไปเยือนพม่าเพื่อดูดวงกับหมอดูชาวพม่าคนหนึ่ง

ในระดับรัฐบาลนั้น ช่วง 5 ทศวรรษหลังมานี้ ไทยและพม่ายังเหลือคณะกรรมาธิการหรือคณะกรรมการหลักที่ทำงานร่วมกันอยู่ราว 6 คณะด้วยกัน เช่น คณะกรรมาธิการร่วมไทย-พม่า (JC) คณะกรรมการร่วมเขตแดนไทย-พม่า (JBC) คณะกรรมาธิการร่วมทางการค้าไทย-พม่า (JTC) คณะกรรมการท้องถิ่นชายแดนไทย-พม่า (TBC)

“ไทยและพม่าควรมีความร่วมมือทำงานด้านใหม่ๆ บ้าง เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาทั้งสองประเทศไปในทางที่ดีขึ้น”

คินหม่องยุ้น นักวิชาการอาวุโส Myanmar ISIS บอกว่า ที่ผ่านมาไทยได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นมิตรแท้ของพม่าเสมอมา เมื่อพม่าเผชิญความยากลำบาก ไทยไม่เคยลืมที่จะช่วยเหลือพม่า นอกจากนี้ ไทย-พม่ายังมีหลายเรื่องคล้ายคลึงกัน เช่น เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ทั้งไทยและพม่าต่างฉลองด้วยเทศกาลสงกรานต์เหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม อนาคตที่จะมีร่วมกัน ไทยและพม่าต้องร่วมกันสร้างชุดความคิดใหม่ให้แก่คนรุ่นใหม่ และอาจต้องส่งไปให้ทั่วทั้งอาเซียน เพื่อให้กลุ่มคนรุ่นใหม่นี้มีศักยภาพในการสานต่อและพัฒนาทั้งสองประเทศ รวมถึงภูมิภาคอย่างถูกวิธี

ด้าน คินหม่องลิน เลขานุการร่วม Myanmar ISIS บอกว่า การพัฒนาคนรุ่นใหม่ร่วมกัน สามารถทำได้โดยการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมของกันและกัน เนื่องจากเป็นสิ่งสำคัญในอนาคตร่วมของทั้งสองประเทศ เมื่อสื่อสารเข้าใจกัน เข้าใจวัฒนธรรมของกันและกัน ก็จะช่วยให้แก้ปัญหาต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

ขณะเดียวกัน ยังต้องร่วมกันพัฒนาด้านอื่นๆ ด้วย เช่น การควบคุมโรคติดต่อข้ามพรมแดน การเพิ่มเที่ยวบินระหว่าง 2 ประเทศในแต่ละวัน เพื่ออำนวยความสะดวกภาคธุรกิจ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI