
คลังจี้แบงก์รัฐให้กู้รากหญ้า
รมว.คลังสั่งแบงก์รัฐอัดสินเชื่อช่วยรากหญ้า ไมโครไฟแนนซ์ให้กู้แล้ว 4.8 ล้านราย
รมว.คลังสั่งแบงก์รัฐอัดสินเชื่อช่วยรากหญ้า ไมโครไฟแนนซ์ให้กู้แล้ว 4.8 ล้านราย
นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้ผู้บริหารสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) 8 แห่ง ปล่อยสินเชื่อให้ประชาชนรายย่อยที่หาเช้ากินค่ำ เกษตรกรและประชาชนทั่วไป เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย ตั้งแต่ช่วงนี้จนถึงสิ้นปี 2558 เนื่องจากปัจจุบันราคาสินค้าเกษตรไม่สูงส่งออกไม่ดี และเศรษฐกิจที่ซบเซา ส่งผลให้ประชาชนในส่วนนี้ต้องการสินเชื่อเพิ่ม เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในชีวิตประจำวัน
ทั้งนี้ แบงก์รัฐควรปล่อยสินเชื่อให้กับประชาชนด้วยมาตรการที่ผ่อนปรนได้ โดยขอให้ช่วยเหลือและดูแลโดยเฉพาะประชาชนชั้นกลางที่ประกอบอาชีพที่มีวินัยในการชำระหนี้ ขณะที่ลูกหนี้ที่มีวินัยไม่ดี คงต้องว่าไปตามขั้นตอนของแต่ละธนาคาร
ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ทำข้อตกลงร่วมกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ในการปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการสินเชื่อประกอบธุรกิจ เช่น การยกเว้นค่าธรรมเนียมการค้ำประกันในปีแรก เพื่อให้สินเชื่อดังกล่าว
เข้าถึงลูกค้ามากขึ้น
นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง กล่าวว่า มาตรการของแบงก์รัฐที่ออกมาช่วยผู้ที่มีรายได้น้อย เช่น ไมโครไฟแนนซ์ ดอกเบี้ยต่ำ 28% มีผู้เข้ามาประมาณ 4.8 ล้านราย วงเงินรวม 1.4 แสนล้านบาท มีหนี้เอ็นพีแอลเพียง 2-3% เท่านั้น และวันที่ 22 เม.ย.นี้ คลังจะมอบใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ จะเป็นอีกช่องทางในการช่วยผู้มีรายได้น้อยและแก้หนี้นอกระบบได้
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2558 รัฐบาลมีรายได้นําส่งคลัง 9.69 แสนล้านบาท สูงขึ้น 3.9% ขณะที่มียอดเบิกจ่ายงบประมาณ 1.46 ล้านล้านบาท สูงขึ้น 5.6% ทําให้ดุลเงินงบประมาณขาดดุล 4.91 แสนล้านบาท เมื่อรวมกับดุลเงินนอกงบประมาณที่เกินดุล 1,757 ล้านบาท ส่งผลให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดรวม 4.9 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ การขาดดุลในช่วงครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ สะท้อนว่ารัฐบาลดำเนินนโยบายงบประมาณขาดดุล และมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายเพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่อง ในช่วงที่ภาคเอกชนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่







