
ร้อนจัดไฟพีคทำสถิติสูงสุดครั้งที่ 2
อากาศร้อนจัด ยอดใช้ไฟฟ้าทำสถิติสูงสุดครั้งที่ 2 ที่ 27,139.0เมกะวัตต์ หลังสูงสุดครั้งแรกเมื่อ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา
อากาศร้อนจัด ยอดใช้ไฟฟ้าทำสถิติสูงสุดครั้งที่ 2 ที่ 27,139.0เมกะวัตต์ หลังสูงสุดครั้งแรกเมื่อ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 21 เม.ย. นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า วันนี้ เวลา 14.13 น.ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด หรือ พีค (Peak) อยู่ที่ 27,139.0เมกะวัตต์ ทำลายตัวเลขการใช้ไฟฟ้าสูงสุดเป็นครั้งที่ 2 จากพีคครั้งแรก เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา(27,056.8เมกะวัตต์)
สาเหตุสำคัญมาจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ประกอบกับภาคอุตสาหกรรมกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตตามเดิม หลังจากช่วงวันหยุดยาว โดยวันนี้มีอุณหภูมิสูงถึง 38.3อาศาเซลเซียส ซึ่งมีสภาพอากาศตรงกับที่กรมอุตตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์ว่าอากาศจะร้อนที่สุดในช่วงปลายเดือนเมษายน ซึ่งเป็นไปตามที่ กฟผ. ได้คาดการณ์ความต้องการไฟฟ้าสูงสุดอยู่ในช่วงปลายเดือนเม.ย.ว่า ความต้องการไฟฟ้าสูงสุดจะอยู่ในระหว่างวันที่ 21 หรือ 22 เมษายน ที่ความต้องการใช้ไฟฟ้า 27,500 เมกะวัตต์ เพราะหลังจากนั้นจากข้อมูลพยากรณ์อากาศ จะเริ่มมีฝนตกตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย.และเข้าสู่ฤดูฝนในเดือนพฤษภาคมต่อไป ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลง
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะมีการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติของสหภาพเมียนมาร์ อยู่ในช่วงนี้จนถึงวันจันทร์ที่ 27 เม.ย.ก็ตาม ทาง กฟผ. ได้เตรียมกำลังผลิตไฟฟ้าและเชื้อเพลิงเพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้า อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนช่วยกันประหยัดไฟฟ้า ตามมาตรการเดินหน้าประเทศไทย ลดใช้พลังงาน คือ ล้างแอร์หน้าร้อน ปิดไฟดวงที่ไม่ใช้ ปรับแอร์ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส (ถ้าปรับอุณหภูมิเพิ่ม 1 องศาเซลเซียส จะช่วยประหยัดไฟฟ้าลงได้ร้อยละ 10) ปลดปลั๊กไฟที่ไม่ใช้ เปลี่ยนหลอดไฟประหยัดพลังงาน ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศ และลดค่าใช้จ่ายของผู้ใช้ไฟฟ้าได้







