posttoday
พายุที่โตเกียว น้ำท่วม กทม.

พายุที่โตเกียว น้ำท่วม กทม.

21 เมษายน 2558

ผมเพิ่งกลับจากการท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์ที่ญี่ปุ่น เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวชาวไทยนับแสนคนที่พากันไปเที่ยวชมดอกซากุระบาน ทานอาหารญี่ปุ่นแบบต้นฉบับ เชื่อว่าเกือบทุกคนคงเคยแวะเยี่ยมชมกรุงโตเกียวเมืองหลวงของญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นมหานครที่มีประชากรเกือบ 40 ล้านคนอยู่อย่างหนาแน่นที่สุดในโลก

ผมเพิ่งกลับจากการท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์ที่ญี่ปุ่น เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวชาวไทยนับแสนคนที่พากันไปเที่ยวชมดอกซากุระบาน ทานอาหารญี่ปุ่นแบบต้นฉบับ เชื่อว่าเกือบทุกคนคงเคยแวะเยี่ยมชมกรุงโตเกียวเมืองหลวงของญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นมหานครที่มีประชากรเกือบ 40 ล้านคนอยู่อย่างหนาแน่นที่สุดในโลก

มหัศจรรย์มากที่เมืองใหญ่ขนาดนี้ ทุกอย่างยังดำเนินไปได้อย่างปกติสุข ทั้งเรื่องการเดินทาง การบริหารจัดการคนและเมือง

สัปดาห์ที่แล้วพายุฝนถล่มกรุงโตเกียวอยู่หลายวัน ทั้งหนาว ทั้งเปียก หมดสนุกไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับลำบาก เพราะปริมาณฝนจะมากเพียงใด การเดินทางยังคงปกติ เพราะโอกาสที่
น้ำท่วมฉับพลันแทบไม่เกิดขึ้นเลย

กรุงโตเกียวได้ก่อสร้าง “อุโมงค์แก้มลิงเก็บน้ำไว้ใต้ดิน” เปรียบเสมือนถ้ำขนาดมหึมากักเก็บน้ำไว้ใต้เมือง เวลาฝนตกหนักก็ผันน้ำลงไปเก็บไว้ใต้ดิน พอฝนหยุดตกก็สูบน้ำออกระบายสู่แม่น้ำ

ฝนตกหนักขนาดไหน กรุงโตเกียวก็สามารถจัดการได้สบายมาก แม้ว่าจะเป็นพื้นที่เสี่ยงเรื่องพายุไต้ฝุ่น การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการขุดอุโมงค์เก็บน้ำ การวางท่อเครือข่ายระบายน้ำอย่างมีระบบ และใช้คอมพิวเตอร์ความเร็วสูงกับการบริหารระดับน้ำและการเปิดปิดประตูน้ำให้สอดคล้องกับการพยากรณ์อากาศ จึงช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างมั่นใจ

กลับมาที่ กทม.บ้านเราเมืองที่มีประชากรแค่ 12 ล้านคน ถึงแม้ว่าจะมากแต่ก็น้อยกว่าโตเกียวหลายเท่า รถติดหนักแทบทุกวัน ฝนตกหนักมาทีไร น้ำก็ท่วมฉับพลันแทบทุกครั้ง การจราจรเป็นอัมพาต

แม้ว่า กทม.จะประกาศว่ามี “อุโมงค์ยักษ์” ซึ่งมีส่วนสำคัญมากในการควบคุมและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เพราะทำหน้าที่ผันน้ำออกจากพื้นที่ที่เป็นแอ่ง หรือพื้นที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม เช่น แถวย่านพระรามเก้า-รามคำแหง ก็มีปล่องอุโมงค์ยักษ์คอยช่วยระบายน้ำจากพื้นที่เสี่ยงลงสู่ใต้ดิน แล้วไหลลอดใต้คลองแสนแสบ ก่อนสูบออกแม่น้ำเจ้าพระยาที่พระโขนง

แต่ทำไมพอฝนตกหนัก น้ำยังคงท่วม กทม.ทุกที ก็เป็นเพราะว่าอุโมงค์ยักษ์ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ และการระบายน้ำโดยอุโมงค์ยักษ์ต้องมีพื้นที่สร้างปล่องรองรับน้ำบนพื้นดิน เช่น บึงหรือคลองขนาดกว้างเพียงพอ ก่อนผันน้ำลงสู่ใต้ดิน

อีกทั้งการบริหารเครือข่ายรองรับน้ำต้องมีระบบและต้องวางแผนล่วงหน้า เช่น บริเวณสุขุมวิท น้ำต้องผันลงสู่คลองแสนแสบก่อน แล้วจึงส่งต่อเข้าระบบอุโมงค์ยักษ์ หาก กทม.ปล่อยให้น้ำคลองแสนแสบขึ้นสูง ไม่พร่องน้ำ ฝนตกมาก็มีปัญหาทันที

ต้องรู้นะครับว่า พื้นที่ กทม.โดยส่วนใหญ่ต่ำกว่าระดับแม่น้ำเจ้าพระยา การระบายตามธรรมชาติทำไม่ได้ ต้องใช้เครื่องสูบน้ำทำงานร่วมกันจำนวนมาก ดังนั้น หากไม่มีการวางแผนล่วงหน้า หรือมีเครือข่ายการสูบน้ำที่สมบูรณ์ มีอุโมงค์ยักษ์ ก็เหมือนไม่มีครับ เพราะน้ำมาไม่ถึง

การทำ “อุโมงค์แก้มลิงเก็บน้ำไว้ใต้ดิน” จึงน่าสนใจและทำได้ใน กทม.ครับ ไม่ว่าจะเป็นใต้บึงหรือสวนสาธารณะใจกลางเมือง ที่สะดวกในการผันน้ำลงไปเก็บไว้ก่อนในช่วงที่มีปริมาณฝนตกมาก เช่น “ใต้บึงยาสูบ” ของสวนเบญจกิติที่มีพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ สามารถรองรับน้ำจากบริเวณย่านถนนพระราม 4 ถนนอโศกและสุขุมวิท พื้นที่หัวใจทางธุรกิจของ กทม.จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมฉับพลันได้ หรือ “ใต้บึงของสวนหลวง ร.9” ก็สามารถรับน้ำบริเวณถนนศรีนครินทร์และอ่อนนุชได้เช่นกันครับ

ปัญหาน้ำท่วมฉับพลันใน กทม.นั้น แก้ไขได้แน่นอนเราคงไม่ต้องไปผ่อนบ้านบนดอยหนีน้ำกันหรอกครับ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน