posttoday
พลิกถนนสายทองคำ สู่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

พลิกถนนสายทองคำ สู่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

21 เมษายน 2558

ถนนสายทองคำและเป็นต้นกำเนิดธุรกิจในประเทศไทยจำนวนมากเคียงข้างย่านสำเพ็งมานับเป็นร้อยปี คือ “ถนนเยาวราช”

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

ถนนสายทองคำและเป็นต้นกำเนิดธุรกิจในประเทศไทยจำนวนมากเคียงข้างย่านสำเพ็งมานับเป็นร้อยปี คือ “ถนนเยาวราช” ซึ่งทายาทรุ่นใหม่ของย่านการค้าเก่าแก่แห่งนี้ กำลังสร้างธุรกิจใหม่ให้เกิดขึ้น โดยใช้รูปแบบการค้าสมัยใหม่อย่าง อีคอมเมิร์ซเข้ามาเป็นเครื่องมือ ผ่านเว็บไซต์ www.chinatownyaowarach.com เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้กับสินค้าและร้านดังในเยาวราชและสำเพ็ง

ประวิทย์ ติยะปัญจนิตย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไชน่าทาวน์ เวิร์ลด เทรดดิ้ง กรุ๊ป ผู้ก่อตั้ง www.chinatownyaowarach.com กล่าวว่า ได้พัฒนาเว็บไซต์ดังกล่าวย่างเข้าสู่ปีที่ 4 ของการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โดยในปีนี้จะขยายกลุ่มสินค้าไปย่านสำเพ็ง เพื่อเพิ่มสินค้าให้หลากหลาย มุ่งมั่นให้บริการที่ดีแก่ลูกค้าเพิ่มขึ้น พร้อมกับนำเสนอสินค้าผ่านเว็บไซต์ที่รวบรวมสินค้าแบรนด์ดัง ร้านค้าในตำนาน และร้านอาหารที่มีข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น

สำหรับเอกลักษณ์และความแตกต่างของเว็บไซต์มีสินค้ามากกว่า 1,000 รายการ จากกว่า 100 ร้านค้า มีสินค้าทั้งร้านทอง ร้านอาหาร ร้านยาจีน โรงแรม ของฝาก ของมงคล และเครื่องประดับที่ครบวงจรมากสุดในประเทศไทย พร้อมข้อมูลแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเยาวราช รวมถึงวัด หรือศาลเจ้าต่างๆ พร้อมแนะนำการเดินทางแบบใกล้ชิด ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกเดินทางและท่องเที่ยวได้อย่างสะดวก รวมทั้งให้ข้อมูลแนะนำสินค้าในแต่ละร้านอย่างเจาะลึก

ในปีนี้กำลังจะขยายธุรกิจใหม่ไปยังการทำ E-book เกี่ยวกับเยาวราชที่ครบวงจรมากสุด ถือเป็นครั้งแรกที่มีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเยาวราชอย่างเป็นทางการ พร้อมกันนี้มีแผนการทำเว็บไซต์ใหม่ให้มีภาษาอังกฤษในช่วงปลายปีนี้ เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าคนต่างชาติที่ต้องการข้อมูลท่องเที่ยวเกี่ยวกับเยาวราช โดยปัจจุบันมียอดลูกค้าคนไทยที่เข้ามาชมผ่านเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก www.facebook.com/chinatownyaowarach แบ่งเป็นคนไทย 85% และต่างชาติ 15%

ขณะที่ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รายได้เพิ่มขึ้น 70% ต่อเนื่องมาทุกปี โดยมีรายได้หลักจากการจำหน่ายสินค้าผ่านเว็บไซต์และการโฆษณาสินค้าต่างๆ ซึ่งจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ลูกค้าชื่นชอบ และร้านค้าในเยาวราชให้ความสนใจ คือ การมีข้อมูลครบครันในทุกกลุ่มสินค้าและหลากหลาย พร้อมให้คำแนะนำต่างๆ รวมทั้งมีบริการส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าภายใน 1 วัน หลังจากสั่งซื้อสินค้าแล้ว ถือเป็นบริการที่รวดเร็ว และมีบริการส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าต่างชาติที่สั่งซื้อสินค้า

สินค้าที่มียอดขายสูงสุดจะเป็นกลุ่มของมงคล กลุ่มสมุนไพร ชาจีน และของฝาก โดยลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาซื้อสินค้าจะเป็นคนอายุ 20-50 ปี เชื่อว่าตลาดจะมีโอกาสที่จะขยายตัวดีต่อเนื่อง เพราะยังมีร้านค้าในย่านเยาวราชและสำเพ็งอีกจำนวนมากที่สามารถขยายเข้าไปทำตลาดได้อีก เพราะส่วนใหญ่ยังไม่มีการผ่านออนไลน์มากนัก ปัจจุบันมีร้านค้าในเยาวราชมากกว่า 1,000 ร้านค้าขึ้นไป

สำหรับแผนธุรกิจระยะต่อไปจะขยายทั้งจำนวนสินค้า ร้านค้า และข้อมูลต่างๆ รวมถึงขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าต่างชาติมากขึ้น เตรียมเปิดเว็บไซต์ ภาษาอังกฤษ และภาษาจีนภายในปี 2559 เพื่อให้เว็บไซต์เป็นศูนย์กลางของข้อมูลเยาวราชแบบเชิงลึก และเชื่อมโยงลูกค้าต่างชาติให้เข้ามาซื้อสินค้ามากขึ้น

“อุปสรรคการทำธุรกิจในช่วงแรกอยู่ที่การไม่มีลูกค้า แต่เราต้องทำความเข้าใจกับร้านค้าในเยาวราชว่าเว็บไซต์ช่วยเพิ่มยอดขายและทำให้ลูกค้ารู้จักมากขึ้น ทำให้ร้านค้าในเยาวราชเชื่อมั่นจึงซื้อโฆษณาต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน มีร้านค้าเพิ่มขึ้นทุกปี คนทั่วไปรู้จักเว็บไซต์มากขึ้น มียอดแฟนเฟจเฟซบุ๊กกว่า 1.5 แสนคน มีพนักงานเพิ่มขึ้นมาเป็น 8 คน จากเดิมที่มีตัวเองและเพื่อนร่วมงานเท่านั้น” ประวิทย์ กล่าว

ประวิทย์ กล่าวว่า การทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซในครั้งนี้ เพราะผมเกิดที่เยาวราช อยากสร้างเยาวราชให้มีการขยายตัวที่ดีต่อไป มีศูนย์กลางของข้อมูลธุรกิจเยาวราช โดยการเริ่มต้นช่วงแรกแม้ว่าจะยาก เพราะเรียนจบมาด้านบัญชี ไม่เคยทำธุรกิจมาก่อน แต่เชื่อมั่นว่าธุรกิจต้องเติบโตต่อไป ค่อยๆ เรียนรู้ ดูแลสภาพคล่ององค์กรให้ดีที่สุด ทำให้ธุรกิจเติบโตมาทุกปี

ถือเป็นอีกแนวคิดของคนรุ่นใหม่ที่เติบโตและมุ่งหวังพัฒนาย่านการค้าเยาวราช-สำเพ็ง ให้ยังคงเป็นถนนสายทองคำต่อไปในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา