
ราชธานีพึ่งสิบล้อดันยอดให้กู้
ราชธานีลิสซิ่งจับตลาดถูกทาง คาดรถสิบล้อช่วยดันสินเชื่อตามเป้า เผยไตรมาสแรกกำไรร่วง 13%
ราชธานีลิสซิ่งจับตลาดถูกทาง คาดรถสิบล้อช่วยดันสินเชื่อตามเป้า เผยไตรมาสแรกกำไรร่วง 13%
นายโกวิท รุ่งวัฒนโสภณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทยังสามารถปล่อยสินเชื่อได้เดือนละประมาณ 1,100-1,200 ล้านบาท โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกทั้งใหม่และเก่าที่เป็นตลาดหลักของบริษัทยังเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งได้รับผลดีจากตลาดขนส่งสินค้าหรือโลจิสติกส์ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งลาว พม่าและกัมพูชาที่ยังเติบโต จึงทำให้มั่นใจว่าในปีนี้บริษัทยังเติบโตได้ตามเป้า 20-30% หรือปล่อยสินเชื่อได้ประมาณ 1.4-1.5 หมื่นล้านบาท
นายบุญชู วงศ์ภักดี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง กล่าวว่า บริษัทมีกำไรสุทธิในไตรมาสแรกที่ผ่านมา 173 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 26 ล้านบาท หรือ 13% โดยมีรายได้รวม 683 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.1 ล้านบาท หรือ 0.02% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินมีจำนวน วน 260 ล้านบาท ลดลง 4.6 ล้านบาท หรือ 1.7% จากการจัดหาแหล่งเงินกู้ยืมเพิ่มเติมเพื่อรองรับการให้สินเชื่อของบริษัท
สำหรับค่าใช้จ่ายหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญมีจำนวน 103.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 25.8 ล้านบาท หรือ 33% เนื่องจากการตั้งสำรองตามปกติของบริษัท ซึ่งมาจากฐานสินเชื่อที่ขยายเพิ่มขึ้น และการพิจารณาตั้งสำรองทั่วไปเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่เริ่มชะลอตัวลง
นอกจากนี้ บริษัทยังมีสินทรัพย์รวม 28,191 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 252 ล้านบาท หรือ 0.9% จากการให้ลูกหนี้เช่าซื้อในกลุ่มรถบรรทุก โดยบริษัทมีสินเชื่อเช่าซื้อ 27,480 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 204 ล้านบาท หรือ 0.7% ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 97.4% ของสินทรัพย์รวม ในขณะที่หนี้สินรวม 24,138 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทมี 4,052 ล้านบาท
“แต่เมื่อทำการเปรียบเทียบฐานะการเงินของบริษัท ณ สิ้นไตรมาสแรกของปีนี้ กับไตรมาสสุดท้ายของปี 2557 พบว่า บริษัทยังคงมีโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว โดยบริษัทมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นจำนวน 327 ล้านบาท หรือ 1.1% โดยมีสินเชื่อเช่าซื้อเพิ่มขึ้น 455 ล้านบาท หรือ 1.6% ในขณะที่หนี้สินรวมและส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้น 153 ล้านบาท หรือ 0.6% และ 173 ล้านบาท หรือ 4.4% ตามลาดับ” นายบุญชู กล่าว







