
แบงก์เล็งกุมขมับ เช่าซื้อหืดจับ เอ็นพีแอลพุ่ง
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
การปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ในช่วงไตรมาสแรกยังชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้าไร้แรงขับเคลื่อนและถูกกดดันจากหนี้ครัวเรือนสูง โดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็กที่เน้นสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค สินเชื่อหดตัวชัดเจน ท่ามกลางหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่ยังพุ่งไม่หยุด
ธนาคารเกียรตินาคิน ผลการดำเนินงานโดยรวมยังไม่ดีขึ้น แม้ว่าฝ่ายบริหารจะปรับแผนธุรกิจโดยหันไปเน้นลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) แทนลูกค้ารายย่อย
โดยเฉพาะเช่าซื้อที่ยังมีความเสี่ยงในปีนี้ โดยตั้งเป้าหมายสินเชื่อรวมเติบโต 6%
ทว่า ไตรมาสแรกของปีนี้สินเชื่อรวมของเกียรตินาคินยังหดตัว 1.9% จากสิ้นปีที่แล้ว โดยสินเชื่อเช่าซื้อหดตัว 2.9% สินเชื่อธุรกิจขยายตัว 0.8% และสินเชื่อบรรษัทขยายตัว 0.5% ขณะที่ธนาคารยังคงมาตรการปล่อยสินเชื่อแบบระมัดระวัง เพราะภาวะเศรษฐกิจไตรมาสแรกยังชะลอตัวต่อเนื่องจากปีที่แล้ว
ที่น่าสนใจ คือ อัตราส่วนเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อรวมยังทะยานไม่หยุด เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6.5% จาก 5.6% เมื่อสิ้นปีที่แล้ว จากการจัดชั้นคุณภาพลูกหนี้อสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก ประกอบกับเอ็นพีแอลของสินเชื่อเช่าซื้อยังเพิ่มขึ้นจาก 2.9% เป็น 3.2% จากพอร์ตเช่าซื้อหดตัวและมีเอ็นพีแอลเพิ่มจากลูกค้าเช่าซื้อรถใหม่
ทั้งนี้ เมื่อดูเฉพาะสินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีจำนวน 2.79 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% โดยมีเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นจาก 15.6% เป็น 17.9% โดยหลักมาจากการจัดชั้นเชิงคุณภาพเพิ่มเติมของลูกหนี้กลุ่มหนึ่ง โดยธนาคารเกียรตินาคินมีสัดส่วนสินเชื่อรายย่อย 69.3%สินเชื่อธุรกิจ 26.8% สินเชื่อบรรษัท 3.2% อื่นๆ 0.7%
ด้านธนาคารทิสโก้ หลังผ่านพ้นช่วงไตรมาสแรก สินเชื่อหดตัวถึง 3.2% มาอยู่ที่ 2.54 แสนล้านบาท จากระดับ 2.62 แสนล้านบาทเมื่อสิ้นปี 2557 โดยสินเชื่อรายย่อยหดตัว 2.6% สินเชื่อธุรกิจหดตัว 5.7% และสินเชื่อเอสเอ็มอีหดตัว 1.6% ขณะที่ธนาคารมีสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยมากที่สุด 69.4% ขณะที่สินเชื่อธุรกิจ 19.7% สินเชื่อเอสเอ็มอี 9% และอื่นๆ 1.8%
ทั้งนี้ สินเชื่อรายย่อยที่หดตัว เพราะหลักๆ 90% เป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งยังไม่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ ประกอบกับหนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ระดับสูงยังกดดันกำลังซื้อ เห็นได้จากยอดขายรถยนต์ใหม่ในช่วง 2 เดือนแรกของปี ยังหดตัว 11.8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้านอัตราส่วนเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อรวมปรับสูงขึ้นจาก 2.57% เป็น 2.65% จากการหดตัวของสินเชื่อรวม แต่ยอดหนี้เอ็นพีแอลเริ่มทรงตัว ทำให้ธนาคารลดอัตราการตั้งสำรองลง 204 ล้านบาท เทียบกับไตรมาสแรกปีก่อน
อย่างไรก็ดี อัตราสำรองหนี้เสียของธนาคารทิสโก้โดยรวมอยู่ที่ 187.62% และเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 17.08% สูงเกินกว่าเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด
จะเห็นได้ว่า ทิศทางสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่มุ่งเน้นลูกค้ารายย่อยยังหดตัวต่อเนื่อง ซึ่งไม่เฉพาะเพียงแต่ธนาคารขนาดเล็กเท่านั้น ธนาคารธนชาต ซึ่งถือเป็นธนาคารขนาดกลางในไตรมาสแรกยังปล่อยสินเชื่อติดลบ 3.27% ซึ่งธนชาตมีสัดส่วนสินเชื่อรายย่อย 69% ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อเช่าซื้อ ส่วนอีก 31% เป็นสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อวิสาหกิจย่อม
อย่างไรก็ตาม การหดตัวของสินเชื่อเป็นผลจากแผนบริหารความเสี่ยง มีการระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อเพื่อสร้างพอร์ตลูกหนี้ที่ดี ดังนั้น แม้สินเชื่อรวมจะลดลง แต่ธนชาตสามารถบริหารเอ็นพีแอลในไตรมาสแรกให้ลดลงเหลือ 4.07% จากสิ้นปีที่แล้วอยู่ที่ 4.21% ท่ามกลางอัตราสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพที่เพิ่มขึ้นเป็น 88.9% ขณะที่อัตราส่วนสำรองต่อสำรองพึงกันตามเกณฑ์ ธปท.เพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 134.99% หรือคิดเป็นสำรองส่วนเกินกว่า 7,304 ล้านบาท
ปีนี้จึงยังเป็นอีกหนึ่งปีที่ท้าทายสำหรับสถาบันการเงินที่ดำเนินธุรกิจเช่าซื้อ เพราะการบริโภคที่ยังถูกกดดันจากหนี้ครัวเรือน และการควบคุมคุณภาพหนี้ ท่ามกลางการคาดหวังว่าธุรกิจเช่าซื้อจะผ่านจุดต่ำสุดในครึ่งปีแรกนี้ และทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังไปตามทิศทางการฟื้นตัวเศรษฐกิจประเทศไทย







