posttoday
ค้าปลีก-ผู้ผลิตโดดโหนกระแส ปีทองตลาดอุปกรณ์กีฬาฟิตเนส

ค้าปลีก-ผู้ผลิตโดดโหนกระแส ปีทองตลาดอุปกรณ์กีฬาฟิตเนส

20 เมษายน 2558

แม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมยังอยู่ในภาวะซบเซา แต่ตลาดอุปกรณ์กีฬามูลค่า 3 หมื่นล้านบาท กลับเติบโต 10% สวนกระแสเศรษฐกิจ และถือว่าเป็นตัวเลขที่เติบโตสูงสุดในรอบ 10 ปี จึงไม่แปลกที่ผู้ประกอบการหลายรายมองเห็นโอกาสเติบโต นำเข้าอุปกรณ์กีฬาสำหรับเล่นในฟิตเนส หรือกระทั่งออกกำลังกายภายในบ้านเข้ามาทำตลาด

แม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมยังอยู่ในภาวะซบเซา แต่ตลาดอุปกรณ์กีฬามูลค่า 3 หมื่นล้านบาท กลับเติบโต 10% สวนกระแสเศรษฐกิจ และถือว่าเป็นตัวเลขที่เติบโตสูงสุดในรอบ 10 ปี จึงไม่แปลกที่ผู้ประกอบการหลายรายมองเห็นโอกาสเติบโต นำเข้าอุปกรณ์กีฬาสำหรับเล่นในฟิตเนส หรือกระทั่งออกกำลังกายภายในบ้านเข้ามาทำตลาด

ไพบูลย์ กนกวัฒนาวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ปีนี้อัตราการซื้ออุปกรณ์กีฬาของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นจาก 2,000 บาท/คน/บิล เป็น 2,200 บาท/คน/บิล เนื่องจากมีผู้นำเข้าได้เพิ่มอุปกรณ์ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานหลากหลาย ทำให้ธุรกิจค้าปลีกแผนกกีฬาแข่งขันรุนแรงยิ่งขึ้น เพื่อช่วงชิงกำลังซื้อ

สำหรับสปอร์ตมอลล์ ทุ่มงบตลาด 300 ล้านบาท เพิ่มความถี่การจัดกิจกรรมตลาดใหญ่ถึง 9 ครั้ง พร้อมปรับโฉมใหม่ 2 สาขา ใช้งบ 50 ล้านบาท ได้แก่ สาขาเดอะมอลล์ นครราชสีมา ขยายพื้นที่จาก 2,500 ตร.ม. เป็น 3,000 ตร.ม. สร้างภาพลักษณ์ให้ดูทันสมัยเป็นโกลบอลคอนเซ็ปต์ และขยายพื้นที่สปอร์ตมอลล์ เอ็มโพเรียม เพิ่มจาก 1,000 ตร.ม. เป็น 3,000 ตร.ม.

นอกจากนี้ ได้เพิ่มสินค้ากลุ่มเสื้อผ้าสำหรับออกกำลังกายและอุปกรณ์กีฬาใหม่ 4-5 แบรนด์เอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ อันเดอร์ อาร์เมอร์ หลังจากกระแสออกกำลังการในฟิตเนสกำลังมาแรง เพราะเชื่อว่าจะเป็นแผนกผลักดันรายได้เพิ่มจาก 2,500 ล้านบาท เป็น 3,000 ล้านบาท หรือเติบโต 25% โดยปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 20% จากปีที่ผ่านมารายได้ 5 หมื่นล้านบาท

ด้าน ธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า แม้ว่ากำลังซื้อผู้บริโภคปีนี้ไม่น่าจะกลับมาดีขึ้น แต่กลุ่มสินค้าที่มีแนวโน้มว่าจะเติบโตคาดว่าเป็นกลุ่มกีฬา เพราะเทรนด์กีฬากำลังมาแรงในช่วง 2-3 ปีข้างหน้านี้ ทั้งจักรยาน โยคะ และว่ายน้ำ

ปัจจุบันตลาดชุดว่ายน้ำมีมูลค่าราว 3,000 ล้านบาท ปีนี้คาดว่าจะกลับมาเติบโตได้ถึง 10% สูงกว่าปกติที่โตได้เพียง 5-7% เนื่องจากกระแสออกกำลังกายที่มาแรง คนไทยหันมาใส่ใจกับสุขภาพมากขึ้น อีกทั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มกลับคืนมา หลังจากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตลาดอยู่ในภาวะทรงตัว

พร้อมกันนี้ ได้นำเข้าชุดว่ายน้ำมิซูโน่จากญี่ปุ่นเข้ามาทำตลาด จากก่อนหน้านี้มีสินค้ารองเท้ากีฬา อุปกรณ์ตีกอล์ฟ คาดว่าจะช่วยผลักดันให้ยอดขายมิซูโน่เพิ่มจาก 450 ล้านบาท เป็น 900 ล้านบาทใน 5 ปี อีกทั้งเดินหน้านำแบรนด์ Felix Bühler อุปกรณ์ขี่ม้าจากสวิตเซอร์แลนด์เข้ามาทำตลาด ตั้งเป้ารายได้รวมกลุ่มสินค้ากีฬาเติบโต 5% จากรายได้ปีที่ผ่านมาราว 1.3 หมื่นล้านบาท

ในส่วนของตลาดสถานออกกำลังกาย ปีนี้ยังเติบโตได้ 10-15% จากมูลค่า 5,000 ล้านบาท โดยได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวบ้างเพียงเล็กน้อย

มาร์ค บูคานันท์ กรรมการบริหาร บริษัท ฟิตเนส เฟิรส์ท กล่าวว่า กระแสออกกำลังกายรูปแบบฟรีสไตล์กำลังมาแรง เพราะสนุกกว่าและผลลัพธ์การออกกำลังกายที่ดีกว่า ส่วนการออกกำลังกายติดอันดับ 1 ใน 3 ที่คนไทยนิยม ได้แก่ เอ็กเซอร์ไซส์ จักรยาน และฟรีสไตล์เทรนนิ่ง

ขณะเดียวกัน ยังมองถึงโอกาสการขยายโปรแกรมออกกำลังกาย เจาะผู้สูงอายุ เพราะเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพเติบโต พร้อมกับลงทุน 1,000 ล้านบาท ขยายสาขาใหม่ 5 สาขา และปรับโฉมสาขาเก่า โดยกลยุทธ์การทำตลาดจะมุ่งทำให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเกิดแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย คือ ต้องเห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายในระยะเวลาอันสั้น สิ้นปีบริษัทตั้งเป้าโต 10.42% จากปีที่ผ่านมารายได้เติบโต 10.24%

เดชฤทธิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท คิวรอน กล่าวว่า บริษัทได้วางแผนรุกตลาดอุปกรณ์ออกกำลังกายแบรนด์เจสัน โดยเน้นสีสันแฟชั่นมากกว่าตอบโจทย์แค่การใช้ออกกำลังกายเท่านั้น เนื่องจากกลุ่มสินค้าดังกล่าวของบริษัทเติบโต 45% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

อุปกรณ์กีฬากลายเป็นขุมทองที่ผู้ประกอบการรุมทึ้งช่วงชิงกำลังซื้อที่สะพัด จากกระแสความใส่ใจสุขภาพของคนไทย แนวโน้มการแข่งขันตลาดอุปกรณ์ออกกำลังกายเริ่มรุนแรงจากกระแสออกกำลังกายทั้งในฟิตเนสและภายในบ้านกำลังมาแรงต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา