posttoday
MFCชี้ประกันโตดี

MFCชี้ประกันโตดี

20 เมษายน 2558

บลจ.เอ็มเอฟซี เผยเข้าซื้อหุ้น THREL เหตุมองธุรกิจประกันชีวิตโต แนวโน้มบริษัทสดใส หวังสร้างผลตอบแทนระยะยาว

บลจ.เอ็มเอฟซี เผยเข้าซื้อหุ้น THREL เหตุมองธุรกิจประกันชีวิตโต แนวโน้มบริษัทสดใส หวังสร้างผลตอบแทนระยะยาว

นายชาคริต พืชพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายบริหารกองทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี เปิดเผยว่า การเข้าซื้อหุ้นบริษัท ไทยรีประกันชีวิต (THREL) จำนวน 43 ล้านหุ้น จากบริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ (THRE) ในช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทมองว่าธุรกิจประกันชีวิตมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ขณะเดียวกันบริษัท ไทยรีประกันชีวิต ได้ร่วมกับบริษัทประกันอื่นออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง แม้บริษัทไม่ได้ขายผลิตภัณฑ์เอง เพราะทำธุรกิจรับประกันภัยต่อ

“ธุรกิจประกันชีวิตในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเติบโตค่อนข้างมาก เนื่องจากคนให้ความสนใจเกี่ยวกับสุขภาพมากขึ้น และมองว่าแนวโน้มนี้ยังต่อเนื่องไปอีก”นายชาคริต กล่าว

นอกจากนี้ การขายหุ้น THREL ของบริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ ในฐานะบริษัทแม่ ไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานของ THREL ไม่ดี แต่ต้องการลดสัดส่วนการถือหุ้นลงจาก 50.83% เหลือ 24.83% เนื่องจากมูลค่าเงินลงทุนใน THREL สูงขึ้นตามราคาตลาดทำให้บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จะต้องดำรงเงินกองทุนเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องขายหุ้นออก ขณะที่นโยบายการดำเนินธุรกิจและผู้บริหารไม่ได้เปลี่ยนแปลง

นายชาคริต กล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะซื้อหุ้นดังกล่าว กองทุนภายใต้การบริหารของ บลจ.เอ็มเอฟซี ได้มีการลงทุนในหุ้น THREL และเมื่อได้รับการทาบทามให้ซื้อหุ้นเพิ่มจากบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นตัวแทนขายหุ้นดังกล่าวจึงพร้อมเข้าลงทุนเพิ่ม เพราะหากจะรอซื้อในตลาดหลักทรัพย์คงไม่ได้หุ้นตามจำนวนที่ต้องการ เนื่องจากโดยพฤติกรรมของหุ้นบริษัทประกันจะมีสภาพคล่องการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ค่อนข้างน้อย นักลงทุนส่วนใหญ่มักถือลงทุนระยะยาวมากกว่าซื้อขายระยะสั้น

“THREL ยังไม่จัดเป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูง แต่เรามองว่าในอนาคตจะเติบโตขึ้นได้ต่อเนื่อง เป้าหมายของเราจึงถือลงทุนระยะยาว ส่วนหุ้นจะอยู่ในพอร์ตของกองทุนรวมใดนั้นขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุนของแต่ละกองทุน” นายชาคริต กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2558 บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ได้จำหน่ายหุ้นของ THREL จำนวน 100 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 12.50 บาท ให้แก่ บลจ.เอ็มเอฟซี จำนวน 43 ล้านหุ้น บลจ.บัวหลวง 25 ล้านหุ้น มอร์แกน สแตนเลย์ 7 ล้านหุ้น และผู้ซื้อรายอื่นๆ อีกจำนวน 25 ล้านหุ้น ส่งผลให้โครงสร้างการถือหุ้นสูงสุด 10 อันดับแรก ณ วันปิดสมุดทะเบียน วันที่ 11 มี.ค. 2558 ซึ่งรวมรายการซื้อขายหุ้นครั้งนี้ THRE จึงถือหุ้น THREL เหลือ 149 ล้านหุ้น หรือ 24.83%

สำหรับอันดับสอง คือ บลจ.เอ็มเอฟซี จำนวน 43 ล้านหุ้น หรือ 7.17% อันดับสาม บลจ.บัวหลวง 25 ล้านหุ้น หรือ 4.17% อันดับสี่ BNP PARIBAS SECURITIES SERVICES, LONDON BRANCH สัดส่วน 4.2% อันดับห้า STATE STREET BANK EUROPE LIMITED สัดส่วน 3.8% อันดับหก THE HONGKONG AND SHANGHAI BANKING CORPORATION LIMITED, FUND SERVICES DEPARTMENT สัดส่วน 3.28% อันดับเจ็ด กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นระยะยาว สัดส่วน 2.53%

อันดับแปด นายประชา ดำรงค์สุทธิพงศ์ สัดส่วน 1.94% อันดับเก้า N.C.B.TRUST LIMITED-NORGES BANK 11 สัดส่วน 1.73% อันดับสิบ HWIC ASIA FUND A/C CLASS C2 SHARES สัดส่วน 1.5%

อย่างไรก็ตาม การเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้ ส่งผลให้ บลจ.เอ็มเอฟซี กำไรทันที เพราะซื้อต่ำกว่าราคาในตลาดหลักทรัพย์ และล่าสุดวันที่ 17 เม.ย. 2558 หุ้น THREL ปิดที่ 13.4 บาท ทำให้ บลจ.เอ็มเอฟซี กำไร 38.7 ล้านบาท และ บลจ.บัวหลวง กำไร 22.5 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน