posttoday
เฟดชี้ชะตาหุ้นทั่วโลก

เฟดชี้ชะตาหุ้นทั่วโลก

24 มิถุนายน 2553

....เจียรนัย อุตะมะ

คณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะประชุมเพื่อพิจารณาดอกเบี้ยนโยบาย คืนวันที่ 23 มิ.ย.นี้ ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าจะยืนมติดอกเบี้ยต่ำ 0% ไปอีกระยะหนึ่ง แต่สิ่งที่ตลาดสนใจก็คือการส่งสัญญาณดอกเบี้ยและแนวโน้มเศรษฐกิจของพี่ใหญ่จะเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งจะชี้นำดัชนีหุ้นทั่วโลก ในภาวะที่ค่าเงินหยวนแค่สร้างข่าวดีให้ตลาดหุ้นในระยะสั้นเท่านั้น โดยตลาดยังมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเครดิตของยุโรปที่เกรงว่าจะลามเป็นผลร้ายต่อเศรษฐกิจโลก

การส่งสัญญาณของเฟด อาจมีผลลบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก หากมีการส่งสัญญาณเปลี่ยนแปลงนโยบายดอกเบี้ยต่อในอนาคต (โดยจับตาข้อความเฟด ยังคงเน้นการคงดอกเบี้ยต่ำต่อไปในอีกระยะเวลาหนึ่ง หรือมีการตัดข้อความดังกล่าวออกไป) ขณะที่มาตรการเสริมสภาพคล่องยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่อาจมีคำพูดเพิ่มเติม “ความเสี่ยงของวิกฤตหนี้อียู อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ”

โนมูระ เชื่อว่า หากเฟดมีการส่งสัญญาณเรื่องนโยบายดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงไป จะส่งผลกระทบต่อการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะเป็นลบต่อการลดลงของตลาดหุ้นโลกและราคาสินค้าโภคภัณฑ์

นอกจากนั้นยังเตือนให้ระมัดระวังการเปลี่ยนแนวโน้มของค่าเงินเหรียญสหรัฐ (DXYO)

ผลการประชุมเฟดคืนนี้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหม่ให้ตลาดหุ้นปรับฐาน ผนวกกับแรงเก็งกำไรค่าเงินระยะสั้น คือ การเข้าซื้อเงินเหรียญสหรัฐเพื่อดักแรงซื้อเงินเหรียญสหรัฐของทางการจีนแทรกแซงไม่ให้ค่าเงินหยวนแข็งค่าเร็วเกินไป โดยสัญญาณทางเทคนิค DXYO แข็งค่าทะลุผ่าน Downtrend Channel และจะเป็นสัญญาณลบต่อตลาดหุ้น หากยังยืนยันขึ้นต่อและมีการเปลี่ยนแนวโน้ม (DXYO มีความสอดคล้องกับสินค้าโภคภัณฑ์สูงกว่า 80%)

ผลสำรวจผู้จัดการกองทุนทั่วโลก เริ่มวิตกต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก โดยรายงานผลสำรวจผู้จัดการกองทุนต่างชาติ (410 มิ.ย.) จำนวน 293 ราย มีสินทรัพย์บริหาร 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ของ บล.เมอร์ริล ลินช์ พบว่า ผู้จัดการกองทุนส่วนใหญ่มีมุมมองที่เป็นบวกลดลงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก และไม่เชื่อมั่น 100% ว่าตลาดหุ้นผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แม้ว่าตลาดหุ้นจะมีความน่าสนใจลงทุน จากราคาที่ถูกสุดตั้งแต่เดือน มี.ค. 2552 เป็นต้นมา สะท้อน Stabilize Risk Appetite โดยผลสำรวจเชื่อว่าตลาดหุ้นที่ปรับขึ้นมาเป็นเพราะ “ไม่มีข่าวร้าย” ไม่ใช่เพราะมีข่าวดีรออยู่หรือเพราะปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เป็นบวก (ยังมีความกังวลจากแรงขายระลอกใหม่)

ผลสำรวจล่าสุด มีมุมมองต่อเศรษฐกิจเอเชียที่เปลี่ยนแปลงไปในเชิงลบแย่สุดตั้งแต่เดือน ม.ค. 2552 เป็นต้นมา โดยเชื่อว่าธีมอัตราการเติบโตสูงของเอเชียผ่านพ้นไปแล้ว

14% คาดว่าค่าเงินยูโรลดลงมากเมื่อเทียบกับเดือนก่อนที่ 45% และมีมุมมองปกติต่อค่าเงินเหรียญสหรัฐ ส่วนสินค้าโภคภัณฑ์คาดว่าจะมีปัจจัยกดดันจากมาตรการคุมเข้มเศรษฐกิจจีน

สำหรับประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นรอบใหม่คือการตัดสินใจของธนาคารสเปนที่จะเผยแพร่ผลของ Bank Stress Tests ที่มีต่อประเทศเจ้าหนี้ปล่อยกู้ต่างๆ อาจเป็นการบังคับให้ประเทศเพื่อนบ้านในยุโรปต้องปฏิบัติตาม เนื่องจากความต้องการของนักลงทุนมีมากขึ้นในการที่จะได้รับข้อมูลเปิดเผยด้านความเสี่ยงจากทางธนาคาร การระมัดระวังต่อรายงาน Stress Test ธนาคารอียู ซึ่งคาดว่าจะประกาศผลได้ใน 13 สัปดาห์นี้ อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนหุ้นกลุ่มธนาคารยุโรป และอาจกระทบราคาหุ้นกลุ่มธนาคารในตลาดโลก

ดังนั้น นักลงทุนทั่วโลกจึงตั้งตารอผลการประชุมคืนวันที่ 23 มิ.ย.นี้ ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน จึงไม่แปลกใจหากเห็นดัชนีหุ้นแกว่งไปมาแคบๆ...

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน