
ผู้สอบบัญชีเชื่อSMEยังแกร่ง
เผยเอสเอ็มอีไทยหลายรายปรับตัวทัน พร้อมระดมทุนในตลาด เอ็ม เอ ไอ ส่วนกลุ่มอ่อนแอเป็นผลกระทบชั่วคราวจากเศรษฐกิจ
เผยเอสเอ็มอีไทยหลายรายปรับตัวทัน พร้อมระดมทุนในตลาด เอ็ม เอ ไอ ส่วนกลุ่มอ่อนแอเป็นผลกระทบชั่วคราวจากเศรษฐกิจ
นายชวาลา เทียนประเสริฐกิจ หุ้นส่วนด้านการสอบบัญชี บริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ เปิดเผยว่า ยังมีธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของไทยบางส่วนที่มีความแข็งแกร่ง และแนวโน้มธุรกิจยังเติบโตได้ดี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวไม่ชัดเจน โดยขณะนี้กำลังเป็นที่ปรึกษาให้เอสเอ็มอีประมาณ 5-7 ราย เตรียมตัวเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และคาดว่าภาพรวมตลาดในปีนี้ จะมีเอสเอ็มอีระดมทุนประมาณ 20 ราย ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว
ทั้งนี้ เอสเอ็มอีโดยเฉพาะธุรกิจครอบครัวที่เข้าเป็นบริษัทมหาชน ต้องมีการปรับตัวมากขึ้น มีหลักการบริหารที่ดี และที่สำคัญคือ มีระบบการทำบัญชีที่ใช้มาตรฐานทางบัญชีที่สูงขึ้น เพราะในฐานะบริษัทจดทะเบียน การทำบัญชีไม่ใช่ให้ตัวเองดูคนเดียว แต่ต้องให้ประชาชนและนักลงทุนได้ดูและเข้าใจได้ด้วย
ดังนั้นธุรกิจที่จะเข้าจดทะเบียนจึงควรให้ความสำคัญกับการเตรียมระบบมาตรฐานบัญชีเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการขอกู้หรือเข้าถึงเงินทุนด้วย ซึ่งธุรกิจส่วนใหญ่ที่พบปัญหามักเป็นธุรกิจที่มีลักษณะซับซ้อน เช่น การผลิต ในขณะที่ธุรกิจซื้อมาขายไปจะไม่มีปัญหาเท่าไรนัก
“ในช่วง 2-3 ปีที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดี แต่เราเห็นเอสเอ็มอีออกไอพีโอมากขึ้น แสดงว่ายังมีเอสเอ็มอีกลุ่มหนึ่งที่มีความพร้อมไปได้ ซึ่งก็เยอะขึ้น เป็นแรงบันดาลใจให้เอสเอ็มอีรายอื่นๆ ต้องพัฒนาตัวเองให้เข้มแข็งฝ่าเศรษฐกิจ เพื่อขยายกิจการให้เติบโต” นายชวาลา กล่าว
ปัจจุบันธุรกิจเอสเอ็มอีมีทั้งอ่อนแอและเข้มแข็ง โดยกลุ่มที่อ่อนแอเป็นภาวะชั่วคราวจากเศรษฐกิจมากกว่า จนทำให้การเงินฝืดเคืองและทำการค้าได้ยากขึ้น ส่วนกลุ่มที่เข้มแข็งจะมีการพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และมองหาลู่ทางการค้าขายออกไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการขยายตลาด
นายชวาลา กล่าวด้วยว่า ในด้านมาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (NPAEs) ซึ่งเกี่ยวข้องกับเอสเอ็มอี จะมีการปรับปรุงให้มีมาตรฐานสากลเทียบเคียงรายงานทางการเงินของบริษัทขนาดใหญ่ที่ใช้มาตรฐาน IFRS คาดว่าจะใช้ในปี 2560 โดยขณะนี้ทางการกำลังพิจารณาการบังคับใช้ให้สอดคล้องกับธุรกิจของไทย







