
แก้ท่องเที่ยวอืด ปัญหาอยู่ที่กระทรวง
วิกฤตทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตลอด 34 ปีที่ผ่านมา เป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ซัดใส่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นแบบซ้ำๆ กลับไม่ได้รับการเยียวยาและแก้ไขจากรัฐบาลได้อย่างทันท่วงที
แม้กระทั่งความวุ่นวายทางการเมืองครั้งล่าสุด ที่บานปลายไปสู่การเผาบ้านเผาเมือง ได้สร้างบาดแผลลึกให้กับภาคการท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติยกเลิกการเดินทางมาประเทศไทยทันที
แต่การแก้ไขของหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงอย่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีความล่าช้า ไม่สามารถกำหนดทิศทางความช่วยเหลือได้อย่างตรงประเด็น วัดได้จากการจัดทำมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการล่วงเลยกว่า 1 เดือน ไม่สามารถจัดระดับความสำคัญหรือกล้าเจาะจงให้ความช่วยเหลือกลุ่มใดก่อนหลังจนเกิดความล่าช้า
ท้ายที่สุดแผนดังกล่าวก็ถูกโยนไปยังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นผู้ดำเนินการต่อ หลังจากมอบหมายให้ อรรถชัย บุรกรรมโกวิท ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เป็นผู้รับผิดชอบแผนดังกล่าว แต่ไม่สามารถนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติได้ทันต่อความเดือดร้อนที่ผู้ประกอบการได้รับ
และเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา จัดสัมมนาเรื่องมาตรการเร่งด่วนฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภายหลังวิกฤตประเทศไทย เพื่อรวบรวมแนวความคิดของผู้ประกอบการท่องเที่ยว ตัวแทนจากสมาคมด้านการท่องเที่ยวต่างๆ เช่น สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ร่วมสะท้อนแนวคิดและความเดือดร้อนที่เอกชนได้รับในขณะนี้
ธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา วิเคราะห์วิธีการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลที่มีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในขณะนี้ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ไม่สามารถเข้าถึงหัวใจของปัญหาที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมนี้ได้ เพราะผู้ที่เข้ามากำกับดูแลไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาด้านการท่องเที่ยว เห็นได้จากการมองปัญหาของรัฐที่มองในวงแคบว่าความเสียหายและเดือดร้อนจะอยู่เฉพาะย่านราชประสงค์เท่านั้น ทั้งๆ ที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยทั่วทุกภูมิภาคต่างประสบความเดือดร้อนอย่างถ้วนหน้า แต่กระทรวงไม่มีแผนลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นเลย
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการเตรียมเสนอมาตรการความช่วยเหลือใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.รัฐบาลควรออกนโยบายให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวสามารถกู้เงินกับธนาคารพาณิชย์ทั่วไปได้ แทนการกู้ผ่านธนาคารเอสเอ็มอีเพียงช่องทางเดียว
“
ถ้าเทียบกับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ รัฐบาลไม่เร่งดำเนินการ ไม่เหมือนกับช่วงเกิดสึนามิที่ทุกหน่วยงานทั่วประเทศไทย ต่างร่วมมือกันให้ความช่วยเหลือ ทำให้พื้นที่สึนามิฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยครั้งนั้นรัฐบาลได้ลงพื้นที่และถามความเห็นเอกชนว่าต้องการความช่วยเหลือใดบ้าง ” ธันยรัศม์ กล่าว2.รัฐบาลควรพิจารณา เก็บค่าไฟฟ้าโรงแรมตามราคาที่ใช้จริง โดยไม่ใช้หลักการจัดเก็บตามอัตราก้าวหน้าเหมือนที่ผ่านมา 3.จัดโครงการต้นกล้าอาชีพในพื้นที่ต่างจังหวัด เป็นต้น
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการจะรวบรวมมาตรการช่วยเหลือต่างๆ เสนอต่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ภายใน 12 สัปดาห์ โดยรัฐบาลควรประกาศเป็นนโยบายความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมภายในเดือน ก.ค.นี้ เพื่อให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศสามารถฟื้นฟูได้ทันไตรมาส 4 นี้
ธันยรัศม์ เล่าว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ นับเป็นวิกฤตแห่งชาติที่รัฐบาลต้องให้การเยียวยาช่วยเหลือ แต่ภาพความจริงการทำงานด้านการท่องเที่ยวกลับไม่ถูกขับเคลื่อนได้อย่างเป็นศักยภาพ เพราะการแก้ปัญหาของรัฐเป็นไปในแนวหาเสียงและการเมือง มากกว่าการมองลึกถึงปัญหาจึงเชื่อว่าการจัดเวทีสัมมนาโดยให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวหารือ เพื่อกำหนดกรอบการทำงานแก้ไขในทิศทางเดียวกันนั้น คงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก







