posttoday
ยุทธศาสตร์ดิเอราวัณกรุ๊ป ขยายฮ็อปอินน์บุก อาเซียน

ยุทธศาสตร์ดิเอราวัณกรุ๊ป ขยายฮ็อปอินน์บุก อาเซียน

16 เมษายน 2558

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ธุรกิจโรงแรมลงทุนสูงคืนทุนช้าแต่อนาคตดีสำหรับจุดหมายเดินทาง จึงยังเห็นผู้ลงทุนธุรกิจนี้ต่อเนื่อง

กมลวรรณ วิปุลากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท อาคารสำนักงาน เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างทำแผน 5 ปี (ปี 2559-2563) ให้น้ำหนักลงทุนโรงแรมเป็นหลัก ผ่านกลยุทธ์ 3 ข้อ 1.ขยายโรงแรมเพิ่มในตลาดมีศักยภาพ เช่น อาเซียน 2-3 ปีข้างหน้า แต่ยังให้ความสำคัญไทยมากสุด จุดหมายในอาเซียนอันดับต้นๆ คือ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย

2.เพิ่มผลตอบแทนจากโรงแรมเดิม โดยปรับปรุงโรงแรมเพิ่มศักยภาพแข่งขัน รักษาตำแหน่งในตลาด 3.ขายทรัพย์สินรับรู้มูลค่าตลาด ทำผ่านการออกกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีทส์) ขณะนี้กำลังจัดตั้ง โดยจะเลือกโรงแรมอายุ 3 ปีขึ้นไปขายเข้ารีทส์ ครอบครองแบบเช่าระยะยาว (ลีสโฮลด์) คาดเป็นโรงแรมกลุ่มไอบิส ขนาดกองทุนใกล้กับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เอราวัณ โฮเทล โกรท ปี 2556 กว่า 1,800 ล้านบาท

ทั้งนี้ จะนำเงินส่วนหนึ่งใช้หนี้ ที่เหลือจะนำไปลงทุนโรงแรมใหม่ๆ หลังจากนั้นทยอยขายโรงแรมอื่นเข้ารีทส์อีก แต่ไม่ขายแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ และเจ ดับบลิว แมริออท เพราะเป็นทำเลสำคัญหาใหม่ไม่ได้ อีกทั้งโรงแรมมูลค่าสูง ไม่ต้องการใช้เงินลงทุนมากขนาดนั้น

กมลวรรณ กล่าวว่า สาเหตุที่สนใจฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เพราะประชากรมาก ภูมิศาสตร์เป็นเกาะ การเดินทางจำเป็นต้องพักค้างคืน โดยตั้งเป้าลงทุนโรงแรม 5 แห่ง ใน 3 ปี นำแบรนด์ฮ็อป อินน์ ซึ่งเป็นแบรนด์โรงแรมราคาประหยัด (บัดเจ็ต โฮเต็ล) ที่บริษัททำเองไปใช้ เจาะตลาดเดินทางในประเทศ

สำหรับฮ็อป อินน์ จะเป็นโรงแรมขนาด 150-200 ห้อง เริ่มลงทุนที่เมืองใหญ่ มะนิลา และจาการ์ตา จากนั้นจึงมองเมืองใหญ่อีก 2-3 เมือง และพร้อมซื้อกิจการโรงแรมที่มีอยู่เดิมในพื้นที่หากมีโรงแรมที่น่าสนใจ ส่วนพม่าเป็นอีกพื้นที่ที่สนใจ แต่ต้นทุนสูงมากจากค่าที่ดินเพิ่มรวดเร็ว แม้เช่าก็ยังมีต้นทุนสูง อีกทั้งนโยบายในประเทศยังไม่นิ่ง ความเสี่ยงมาก ต้องการรอให้ประเทศพัฒนากว่านี้ก่อนแล้วค่อยเข้าไปลงทุน

ขณะที่แผนลงทุนในไทยปีนี้วางงบ 1,800 ล้านบาท แบ่งเป็น 1,200 ล้านบาท ลงทุนโรงแรมฮ็อป อินน์ 15 แห่ง จะพร้อมเปิดบริการปลายปีนี้ 4 แห่ง จากปัจจุบันเปิด 10 แห่ง ทำให้สิ้นปีมีฮ็อป อินน์ ในไทย 14 แห่ง และจะเปิดปีหน้า 11 แห่ง

งบที่เหลือ 300 ล้านบาทจะใช้ปรับปรุงโรงแรมเดิม และอีก 300 ล้านบาทกันไว้ให้โครงการใหม่ในประเทศซึ่งไม่ใช่ฮ็อป อินน์ ซึ่งปกติหากเป็นโรงแรม 4-5 ดาว จะจ้างแบรนด์ระดับนานาชาติบริหาร 3 ดาว จะซื้อแฟรนไชส์แบรนด์นานาชาติมาบริหารเอง

ปัจจุบันบริษัทมีโรงแรม 28 แห่ง 5,289 ห้อง ภายใต้ 9 แบรนด์ สิ้นปีมี 32 แห่ง 5,605 ห้อง ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 5,700 ล้านบาท เพิ่ม 35% จากปีก่อน ด้วยปัจจัยบ้านเมืองสงบ มีสัญญาณดีไตรมาสแรกรายได้ต่อห้องพัก (เรพพาร์) เพิ่ม 14% อัตราเข้าพักเฉลี่ยทั้งปีคาดไว้ 76-77% เพิ่ม 11-12% จากปีก่อน ส่วน 5 ปีข้างหน้าตั้งเป้ารายได้จากต่างประเทศ 15% ในประเทศ 85% จากปัจจุบันรายได้ทั้งหมดมาจากในประเทศ

จัดเป็นเครือโรงแรมที่ขยายธุรกิจเร็ว โดยเฉพาะการพัฒนาแบรนด์บัดเจ็ต โฮเต็ล “ฮ็อป อินน์” และพร้อมแตกแขนงแบรนด์อย่างรวดเร็ว

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน