
ดูแลความปลอดภัย
ถึงแม้การเกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้แทบจะไม่ต่างจากปีก่อนๆ แต่ก็เป็นผลมาจากหลายปัจจัยสาเหตุ ทั้งมาตรการทางกฎหมาย นโยบายเพื่อควบคุมความเสี่ยงโดยเฉพาะ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นมูลเหตุสำคัญต่อความเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุ แต่อย่างน้อยการควบคุมมิให้อุบัติเหตุและความสูญเสียเพิ่มขึ้นไปมากกว่านี้ ก็ต้องชมเชยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนอาสาสมัครทุกหน่วยงาน ที่ต่างเสียสละความสุขส่วนตัว เสียสละการได้อยู่ร่วมกับครอบครัว ทำหน้าที่ดูแลความสงบสุขและความปลอดภัยให้กับคนไทยทั้งประเทศ
ถึงแม้การเกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้แทบจะไม่ต่างจากปีก่อนๆ แต่ก็เป็นผลมาจากหลายปัจจัยสาเหตุ ทั้งมาตรการทางกฎหมาย นโยบายเพื่อควบคุมความเสี่ยงโดยเฉพาะ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นมูลเหตุสำคัญต่อความเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุ แต่อย่างน้อยการควบคุมมิให้อุบัติเหตุและความสูญเสียเพิ่มขึ้นไปมากกว่านี้ ก็ต้องชมเชยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนอาสาสมัครทุกหน่วยงาน ที่ต่างเสียสละความสุขส่วนตัว เสียสละการได้อยู่ร่วมกับครอบครัว ทำหน้าที่ดูแลความสงบสุขและความปลอดภัยให้กับคนไทยทั้งประเทศ
ยิ่งสถานการณ์ลอบวางระเบิดห้างสรรพสินค้าที่เกิดขึ้นช่วงก่อนวันหยุดสงกรานต์ ก็ยิ่งทำให้เจ้าหน้าที่เหล่านี้ต้องเพิ่มมาตรการดูแลรักษาความสงบมากขึ้นไปอีก ใช่เพียงด่านตรวจร่วมทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง อาสาสมัครต่างๆ เท่านั้น เจ้าหน้าที่เหล่านี้ยังต้องทำหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจร การช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ประชาชนที่มาร่วมเล่นสงกรานต์ ซึ่งล้วนเป็นการอำนวยความสะดวกเพื่อให้คนไทยได้ร่วมเทศกาลประเพณีของชาติอย่างมีความสุข
แม้บางครั้งการปฏิบัติอย่างเข้มงวด เช่น การขอตรวจค้นพาหนะ ตรวจค้นสัมภาระสิ่งของติดตัว อาจสร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้ที่ถูกตรวจค้นบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ได้ปฏิบัติด้วยความสุภาพเรียบร้อย ในฐานะประชาชนก็ควรให้ความร่วมมือ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าความเข้มงวดซึ่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติเช่นนี้จะนำมาซึ่งความสงบสุขและปลอดภัยในสังคม
อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่าย ทุกคน ไม่ควรทอดภาระการดูแลความสงบสุขให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เหล่านี้แต่ฝ่ายเดียว การเที่ยวเล่นให้อยู่ในขอบข่ายที่เหมาะสมตามประเพณีวัฒนธรรม ตั้งสติ ไม่ตกอยู่ในความประมาทในทุกกรณี การปฏิบัติตามกฎหมาย และการให้ความร่วมมือ แจ้งข้อมูลข่าวสารความผิดปกติที่พบเห็นแก่เจ้าหน้าที่ จะเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้มาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยต่างๆ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเพิ่มอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ให้มากขึ้นอีกเท่าไหร่ ก็ไม่เพียงพอต่อการดูแลประชาชนตลอดจนพื้นที่ซึ่งมีมากกว่าหลายเท่าได้อย่างเพียงพอ ความร่วมมือจากประชาชนจึงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการดูแลความสงบสุขปลอดภัยในสังคม
ขณะเดียวกัน รัฐบาลในฐานะผู้กำหนดนโยบาย ก็ต้องปรับเปลี่ยนมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป การดูแลความสงบสุขปลอดภัยช่วงเทศกาลใช่เพียงแต่ปัญหาอุบัติเหตุเท่านั้น แต่สถานการณ์ปัจจุบันยังเพิ่มเรื่องการก่อเหตุร้ายสะเทือนขวัญเข้ามาอีกด้วย มาตรการของรัฐจึงไม่เพียงแต่การหาอุปกรณ์ เครื่องมือ เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ หรือการปรับปรุงระเบียบ กฎหมาย แต่ยังต้องเน้นการข่าว ซึ่งจำเป็นต้องพึ่งเครือข่ายประชาชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกัน อันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด







