
พ่อแม่ช่วยลูกสอบ
โดย...รุจิระ บุนนาค
โดย...รุจิระ บุนนาค
เมื่อช่วงกลางเดือน มี.ค. สำนักข่าวหลายแห่งทั่วโลกได้เผยแพร่ภาพพ่อ-แม่ที่พยายามปีนอาคารอย่างไม่คิดชีวิตในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งที่ใช้เป็นศูนย์สอบวัดระดับความรู้มัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลายในรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เพื่อส่งกระดาษคำตอบให้ลูก บ้างก็พับเป็นจรวดแล้วร่อนไป บ้างก็แล้วขยำเป็นลูกบอลกลมๆ โยนไป บ้างก็ทำไม้ทำมือ เรียกได้ว่า ทำทุกวิถีทาง
หลังจากมีการนำเสนอข่าวได้ไม่กี่วัน ปราสาท กุมาร ซาฮี รมว.ศึกษาธิการของอินเดีย ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า “จะให้ลงโทษพวกเขาโดยการยิงหรือ?” และกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากบรรดาผู้ปกครองเป็นอย่างดีด้วย สอดคล้องกับ นิติช กุมาร มุขมนตรีรัฐพิหาร ที่ออกมาเตือนพ่อ-แม่ที่ช่วยลูกโกงข้อสอบด้วยว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการทำร้ายลูกๆ ในระยะยาว
การจัดสอบวัดระดับครั้งนี้ มีนักเรียนเข้าสอบมากกว่า 1.4 ล้านคน และมีศูนย์สอบทั่วรัฐพิหาร 1,200 แห่ง พ่อ-แม่ต้องการให้ลูกๆ ของตนได้คะแนนระดับดี จะได้มีสิทธิเรียนต่อ ได้งานที่ดี และนำชีวิตครอบครัวของตนให้พ้นจากความลำบากยากจนข้นแค้นได้
แม้จะไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคนต้องถูกจับฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่จับเมื่อเห็นการทุจริตและรับสินบน พ่อ-แม่ของผู้เข้าสอบ ผู้คุมสอบไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย ถูกรวบตัว นักเรียนกว่า 700 คน ถูกไล่ออกจากห้องสอบ
การที่พ่อ-แม่ต้องการให้ลูกๆ ของตนได้รับการศึกษา เพื่อจะได้เรียนต่อหรือมีงานดีๆ ทำ ถือว่าเป็นความคิดที่ถูกต้อง แต่วิธีการดูจะผิด
ครอบครัวเด็กไทยหลายครอบครัวที่เด็กแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน วันหนึ่งมี 24 ชม. เรียนที่โรงเรียน 7-8 ชม. หลังโรงเรียนเลิกต้องไปเรียนพิเศษ เสาร์-อาทิตย์แทนที่จะได้พักผ่อนแต่ก็ต้องไปเรียนพิเศษ
พ่อ-แม่อาจเห็นว่า ลำพังการศึกษาที่โรงเรียนอาจไม่พอเพียง จึงต้องส่งให้ลูกไปเรียนเสริมตามโรงเรียนกวดวิชาต่างๆ พ่อ-แม่บางคน เสาร์-อาทิตย์ก็ไม่มีเวลาเช่นกัน ต้องคอยรับ-ส่งลูก โรงเรียนกวดวิชาแต่ละโรงเรียนก็ต้องหากลยุทธ์ไม่ว่าจะเป็นซื้อคอร์สแถมคอร์ส จ้างอาจารย์ที่มีชื่อเสียงมาสอน เพื่อดึงนักเรียนให้มาเรียนที่โรงเรียนกวดวิชา ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ ทำให้รัฐบาลเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชา เพราะเชื่อว่าจะเก็บภาษีได้ถึงปีละ 1,200 ล้านบาท แต่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเห็นจะเป็นพ่อ-แม่ ที่ขวนขวายสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก
ความรักและความปรารถนาดีที่บุพการีมีให้บุตรถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม กรณีของอินเดียเป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าสิ่งที่พ่อ-แม่ทำเป็นการบ่มนิสัยที่ไม่ดี ที่อาจทำให้เห็นว่าการทุจริตเป็นเรื่องปกติ การรักลูกแบบพ่อแม่รังแกฉันเป็นการทำลายลูก
ไทยมีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ พุทธศาสนิกชนไม่ควรลืมคำสอนของพระพุทธองค์ เรื่อง อิทธิบาท 4 ที่ถือเป็นธรรมะที่ใช้ในทางการเรียนหรือการทำงาน ให้ประสบความสำเร็จ (1) ฉันทะ คือ การมีใจรักในสิ่งที่ทำ (2) วิริยะ คือ ความมุ่งมั่นทุ่มเท (3) จิตตะ คือ ใจที่จดจ่อและรับผิดชอบ และ (4) วิมังสา คือ การทบทวนในสิ่งที่ได้คิดได้ทำมา
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ที่ใดมีความปรารถนาอันแรงกล้า ที่นั่นย่อมมีหนทางเสมอ หากพ่อ-แม่สอนให้ลูกมีความตั้งใจจริง มีความพยายาม ความสำเร็จจะไม่ไกลเกินเอื้อม







