posttoday
เมื่อกระทรวงการคลัง พูดถึงหนี้ครัวเรือนไทยแบบชัดๆ (ตอน 1)

เมื่อกระทรวงการคลัง พูดถึงหนี้ครัวเรือนไทยแบบชัดๆ (ตอน 1)

13 เมษายน 2558

โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

หากใครได้ติดตามภาวะหนี้ครัวเรือนไทยมาโดยตลอดจะต้องมีความรู้สึกว่าเรื่องนี้มีความสำคัญ เพราะเราลองคิดดูง่ายๆ ว่า ถ้าตัวของเราเป็นหนี้สัก 10 ล้านบาท แต่เรามีรายได้ 12 ล้านบาท/ปี ถ้าเราต้องเสียดอกเบี้ยปีละ 10% เราก็ต้องจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยปีละ 1 ล้านบาท เท่ากับว่าเราจะมีรายได้หลังหักดอกเบี้ยเหลือ 11 ล้านบาท/ปี จากนั้นจึงคิดค่าใช้จ่ายต่อไปว่าปีหนึ่งๆ เรามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างแล้วเอาไปหักรายได้ ตัวเลขสุดท้ายคือเงินที่จะเหลือในแต่ละปีที่เราควรจะเก็บออมนี่ยังไม่นับเรื่องที่ต้องจ่ายเงินต้นบางส่วน ลองคิดต่อไปว่าถ้ารายได้ของเราเกิดไม่แน่นอนขึ้นมา... อะไรคือความเสี่ยง การผิดนัดชำระหนี้ การไปจ่ายหนี้ไม่ตรงเวลา การหมุนเงินตัวเป็นเกลียวหัวเป็นนอตใช่ไหม... ตัวเราจะเครียดไหม ผลของเรื่องแบบนี้จะสะสมและกระทบกับคนในครอบครัว กระทบกับบุตรหลานหรือไม่ ท่านผู้อ่านลองติดตามนะครับ

ย้อนกลับมาครับ เมื่อกระทรวงการคลังได้ออกมาคุยถึงเรื่องหนี้ครัวเรือนอีกครั้งก่อนเทศกาลสงกรานต์ ความตอนหนึ่งว่า “หนี้ครัวเรือนมีส่วนประกอบหลายอย่าง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือหนี้นอกระบบที่ส่วนหนึ่งได้ถูกแปลงเข้ามาอยู่ในระบบตามมาตรการต่างๆ ในอดีต จากที่มีข้อมูลพบว่าหนี้นอกระบบมีวงเงินประมาณ 1 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 1% ของหนี้ครัวเรือนทั้งหมด แต่โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าหากมีการเก็บข้อมูลในส่วนนี้ครบทั้งหมด มีความเป็นไปได้ที่มูลค่าของหนี้นอกระบบจะสูงถึง 2 แสนล้านบาท หรือประมาณ 2% ของหนี้ครัวเรือนทั้งหมด” จากการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการ ระบุว่า ในไตรมาส 4 ปี 2557 สิ้นสุด 31 ธ.ค. 2557 พบว่าสถานการณ์หนี้ครัวเรือนของประเทศไทยอยู่ที่ระดับ 85.9% หรือประมาณ 86% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศไทย หรือ GDP คิดเป็นมูลค่า 10.4 ล้านล้านบาท เทียบกับมูลค่าของ GDP ที่มีมูลค่า 12 ล้านล้านบาท และพบต่อไปว่า ปัจจุบันเมื่อสิ้นปี 2557 หนี้ครัวเรือนของไทยมีการเติบโตที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปี 2554 2555 และ 2556 โดยเฉพาะในปี 2554 หนี้ครัวเรือนขยายตัวสูงมาก เนื่องจากประเทศไทยเราเกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่ร้ายแรง ทำให้หลังน้ำท่วมมีการขอกู้เพื่อไปซ่อมสร้าง ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือกู้มาซื้อทดแทนเครื่องอะไรต่างๆ ที่จมน้ำเสียหาย และในระยะต่อมาปี 2555-2556 ไทยเราก็ยังมีโครงการประชานิยมเรื่องรถยนต์คันแรก และบ้านหลังแรก ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีการขอกู้ไปดำเนินการเช่นว่านี้แน่นอน ทำให้หนี้ครัวเรือนขยายตัวเพิ่มขึ้น

1.ใครหลายคนต่างเป็นห่วงเรื่องตัวเลขของหนี้ที่สูงเป็นสิบล้านล้านบาท

2.เราสามารถมองเห็นความกังวลของคนที่ปล่อยกู้ว่า หากลูกค้าคนที่มาขอกู้นั้นเกิดมีภาระหนี้ที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน อันได้แก่ ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถยนต์ ผ่อนมอเตอร์ไซค์ ผ่อน 0% ผ่อนบัตรเครดิตแบบจ่ายขั้นต่ำ ผ่อนบัตรกดเงินสด ผ่อนแชร์ดอกหัก ดอกตาม เทียบกับรายได้ปัจจุบันหากเกินกว่า 40-50% แล้วล่ะก็ โอกาสที่จะให้เงินกู้ใหม่ที่ลูกค้าหวังเอาไว้คงเป็นไปได้ยาก นี่จึงเป็นส่วนหนึ่งของการไม่อนุมัติสินเชื่อที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน