
SLCพร้อมคุย‘หยุ่น’
เร่งก่อนประชุมผู้ถือหุ้นเนชั่นฯ โซลูชั่นโหวตไม่ผ่านขายพีพี
โดย...ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์
เร่งก่อนประชุมผู้ถือหุ้นเนชั่นฯ โซลูชั่นโหวตไม่ผ่านขายพีพี
SLC ขอคุยกับ “หยุ่น” ให้ได้ข้อสรุปก่อนประชุมผู้ถือหุ้น NMG 29 เม.ย.นี้ ผู้ถือหุ้นไฟเขียวลงทุนเนชั่นฯ ขายหุ้นพีพีไม่ผ่าน
นายอารักษ์ ราษฎร์บริหาร กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) หรือ SLC เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างประสานขอเจรจากับนายสุทธิชัย แซ่หยุ่น เพื่อให้มีข้อสรุปให้ได้ก่อนจะมีการประชุมผู้ถือหุ้นบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป (NMG) ในวันที่ 29 เม.ย.นี้ โดยจุดมุ่งหมายของการเจรจาเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายทำงานร่วมกันได้
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการ SLC กล่าวว่า มีความยินดีที่จะเป็นคนกลางในการประสานความเข้าใจระหว่างทั้งสองฝ่าย เพื่อให้มีข้อสรุปที่ดี และที่ผ่านมายอมรับว่าได้เคยหยิบยกประเด็นเหล่านี้พูดคุยกับนายสุทธิชัย แต่คงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะการพูดคุยเป็นการส่วนตัว
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา SLC ได้จัดประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 โดยผู้ถือหุ้นต่างลุกขึ้นซักถามผู้บริหารและคณะกรรมการ SLC ถึงเหตุผลของการเข้าซื้อหุ้น NMG เพราะเห็นว่า SLC เป็นบริษัทที่มีผลขาดทุน กลับใช้เงินเพิ่มทุนของผู้ถือหุ้นไปซื้อหุ้นใน NMG ซึ่งเป็นบริษัทที่มีอัตราราคาเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้น (พีอี) ในระดับสูงมากถึง 80 เท่า
นอกจากนี้ SLC มีใบอนุญาตทีวีดิจิทัลสปริงส์นิวส์อยู่ ไม่มีเหตุผลจะเข้าไปซื้อหุ้น NMG ที่มีใบอนุญาตทีวีดิจิทัลอีก 2 ช่อง โดยผู้ถือหุ้นมองไม่เห็นประโยชน์ในการเข้าไปลงทุนใน NMG ของ SLC และปัจจุบันนี้ต้องการทราบว่า SLC ถือหุ้นใน NMG สัดส่วนเท่าใด และในอนาคตมีแผนจะซื้อหุ้น NMG เพิ่มอีกหรือไม่
นอกจากนี้ หากการเจรจากับนายสุทธิชัย หยุ่น ไม่เป็นผลสำเร็จ ทาง SLC จะดำเนินการอย่างไรต่อไป
นายอารักษ์ ได้ยืนยันกับผู้ถือหุ้นว่า ไม่ว่าจะอย่างไร ทาง SLC จะเข้าไปที่เนชั่นฯ แบบเป็นมิตร และเมื่อเข้าไปไม่ต้องการจะไปไล่ใคร โดยคาดหวังว่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้ และมองว่าไม่ว่าอย่างไร จะต้องมีการเจรจากับทางกลุ่มนายสุทธิชัย
ปัจจุบัน SLC ถือหุ้นใน NMG สัดส่วน 12.27% และ NMG-W3 อีก 6% และยืนยันว่าจะไม่มีการซื้อหุ้น NMG เพิ่มอีกอย่างแน่นอน
สำหรับสาเหตุที่เข้าซื้อหุ้น NMG นั้น นายอารักษ์ กล่าวว่า เป็นเพราะความสนใจใน NMG ไม่ได้จำกัดเพียงแค่ธุรกิจทีวีเท่านั้น เพราะทาง NMG ยังมีเครือข่ายอื่นๆ สามารถใช้ต่อยอดทางธุรกิจร่วมกันได้ โดยเฉพาะมีอีก 3 หัวหนังสือสำคัญ คือ กรุงเทพธุรกิจ คม ชัด ลึก และเดอะ เนชั่น รวมไปถึงธุรกิจการศึกษาอีกด้วย
นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้น SLC ยังได้มีการซักถามผู้บริหารถึงวาระที่ 14 ซึ่งเป็นเรื่องการขอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติในการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับบุคคลในวงจำกัด (พีพี) จำนวน 1 หมื่นล้านหุ้น ว่าที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 2 ปี ทาง SLC ได้มีการเพิ่มทุนถึง 11 ครั้ง โดยเพิ่มทุนบ่อยครั้ง แต่กลับไม่สามารถผลักดันให้ผลประกอบการพลิกฟื้นมีกำไรและสามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้ ทำให้ผู้ถือหุ้นไม่เห็นด้วยกับการจะมีการขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้อีก
ปรากฏว่าเมื่อมีการลงมติในวาระดังกล่าวมีผู้ถือหุ้นเห็นด้วย 73.95% และมีผู้ถือหุ้นไม่เห็นด้วย 25.84% ซึ่งในวาระนี้จะต้องได้คะแนนเสียง 3 ใน 4 ของผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุม ทำให้วาระดังกล่าวไม่ผ่านการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทำให้วาระที่ 15 ซึ่งเป็นวาระเกี่ยวเนื่องเรื่องการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิจะซื้อหุ้นของบริษัทรุ่นที่ 5 (SLC-W5) และวาระที่ 16 เรื่องการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจดทะเบียน และการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัท ถูกถอนวาระไปโดยอัตโนมัติ
นายอารักษ์ กล่าวอีกว่า ไม่ทราบว่าผู้ถือหุ้นที่ไม่เห็นด้วยกับการลงคะแนนเสียงไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มทุนเป็นกลุ่มไหน คงต้องใช้เวลาหลังจากนี้ในการตรวจสอบข้อมูล แต่ยืนยันว่าถึงแม้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะไม่อนุมัติการขายหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงในครั้งนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจการของบริษัท เนื่องจากบริษัทยังมีช่องทางการระดมทุนทางอื่นรองรับ อีกทั้งปัจจุบันบริษัทมีกระแสเงินสดอีกมากและเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ และไม่มีผลกระทบต่อการทำธุรกิจของบริษัท
“ในปีนี้บริษัทลูกบางแห่งจะเริ่มฟื้น (เทิร์นอะราวด์) ได้ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยี แต่ยอมรับว่ายังไม่สามารถทำให้ทั้งบริษัทกลับมาเทิร์นอะราวด์ได้ในปีนี้ แต่แนวโน้มในส่วนของสปริงส์นิวส์ถือว่าดีขึ้นมาก รายได้ดีขึ้นกว่าเดิม รับผลดีจากอัตราค่าโฆษณาในธุรกิจทีวีดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น” นายอารักษ์ กล่าว
ทั้งนี้ SLC เพิ่งขายหุ้นเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 24,357,847,358 หุ้น สัดส่วน 1 ต่อ 5 ในราคาหุ้นละ 0.09 บาท เมื่อปลายปี 2557 ที่ผ่านมา ทำให้บริษัทมีทุนจดทะเบียน 30,460,105,358 บาท และขายให้นักลงทุนเฉพาะเจาะจงคือ นายคณิน โมกขะเวส จำนวน 1,000,000,042 หุ้น รวมเป็นเงินประมาณ 90 ล้านบาท เมื่อวันที่ 2 มี.ค. และหุ้นเริ่มซื้อขายวันที่ 8 เม.ย. 2558
ด้านบริษัท เนชั่นฯ เพิ่งปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นวันที่ 10 เม.ย. เพื่อสิทธิในการเข้าประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 เม.ย.นี้ ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายเบาบางลงอย่างชัดเจน และราคาหุ้นปรับตัวลงแรงกว่าตลาดโดยรวม เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ปิดที่ 2 บาท ลดลง 0.12 บาท หรือ 5.66% มูลค่าซื้อขาย 21 ล้านบาท







