
จดตั้งบริษัทใหม่่พุ่ง12%
ยอดจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่ไตรมาสแรกพุ่ง 1.7 หมื่นราย เพิ่มขึ้น 12% ทุนจดทะเบียนร่วม 5 หมื่นล้าน
ยอดจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่ไตรมาสแรกพุ่ง 1.7 หมื่นราย เพิ่มขึ้น 12% ทุนจดทะเบียนร่วม 5 หมื่นล้าน
น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ยอดจดทะเบียนธุรกิจไตรมาสแรกของปีนี้ (ม.ค.-มี.ค. 2558) มีผู้จดทะเบียนตั้งใหม่รวม 1.73 หมื่นราย เพิ่มขึ้น 12% มีทุนจดทะเบียนรวม 4.95 หมื่นล้านบาท ลดลง 22% ขณะที่ยอดขอจดทะเบียนเลิกรวม 3,674 ราย เพิ่มขึ้น 27% มีทุนจดทะเบียนรวม 8,950 ล้านบาท ลดลง 20%
ขณะที่เดือน มี.ค. 2558 มีผู้ประกอบการมายื่นขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศ 5,698 ราย เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9% โดยมีเงินทุนจดทะเบียนรวม 1.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% ส่วนการยื่นขอจดทะเบียนเลิกเดือน มี.ค. มีจำนวน 1,181 ราย เพิ่มขึ้น 42% รวมทุนจดทะเบียน 3,115 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21%
“การจดตั้งบริษัทใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าคนยังมั่นใจในการทำธุรกิจ แม้กรมจะเพิ่มความเข้มงวดในการรับจดทะเบียน โดยกำหนดให้ผู้ที่มีทุนจดทะเบียนเกิน 5 ล้านบาท ต้องแสดงหลักฐานเงินทุนเข้าบริษัท ส่วนการยกเลิกกิจการที่เพิ่มขึ้นนั้น ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจเจ๊ง แต่เพราะมีการเข้าไปจัดระเบียบเข้มขึ้น ทำให้มีการเลิกกิจการเพิ่มขึ้น” น.ส.ผ่องพรรณ กล่าว
สำหรับยอดจดทะเบียนเลิกกิจการส่วนใหญ่เป็นกิจการค้าสลาก โดยในไตรมาสแรกที่มียอดยกเลิกรวม 3,674 ราย เป็นกิจการค้าสลากถึง 1,067 ราย หรือคิดเป็น 30% ของยอดที่จดทะเบียนเลิกกิจการ
นอกจากนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่ระหว่างการตรวจสอบนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนสูงผิดปกติ โดยจะเรียกเอกสารดูข้อมูลเพิ่มเติมตามที่ยื่นขอจดทะเบียนไว้ หากไม่ดำเนินการจะใส่ในหมายเหตุงบการเงินว่าเป็นบริษัทที่ไม่มีทุนจดทะเบียนจริง ต้องระวังในการทำธุรกิจ
สำหรับการส่งงบการเงินในปีนี้ กรมได้เปิดให้บริการรับงบการเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Filing) ซึ่งผู้ประกอบการสามารถส่งได้ 2 รูปแบบ คือ รูปแบบ e-Form และ XBRL in Excel ล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนแล้ว 4,069 ราย แสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ 1,574 ราย และส่งงบการเงิน 41 ราย
“ขอเตือนให้ธุรกิจที่มีงบการเงินปี 2557 ต้องส่งงบการเงินตามกำหนด หากไม่ส่งกรมจะดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยในปีที่ผ่านมามีธุรกิจไม่ส่งงบการเงินประมาณ 20% ซึ่งกรมได้ดำเนินคดีแล้ว ทั้งสั่งปรับและส่งตำรวจ และหากยังไม่ส่งงบการเงินติดต่อกัน 3 ปี จะเพิกถอนทะเบียนเป็นบริษัทร้าง” น.ส.ผ่องพรรณกล่าว







