
เพิ่มน้ำหนักหุ้นโภคภัณฑ์เกษตร-อาหาร
ภัยแล้งผลผลิตลดดันราคาพุ่ง คาดปีนี้ทั้งกลุ่มกำไรโต29%
โพสต์ทูเดย์
— CNS เพิ่มน้ำหนักหุ้นเกษตรอาหารเหนือตลาด ภัยแล้งทำปริมาณสินค้าหด ปีนี้ทั้งกลุ่มกำไรโต 29% ด้าน KSL ชี้ราคาน้ำตาลขึ้นไม่ได้อานิสงส์ ขายล่วงหน้าหมดแล้วบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) พัฒนสิน (CNS) ออกบทวิเคราะห์ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มเกษตรและอาหารหรือกลุ่มซอฟต์คอมมูนิตี เป็นมากกว่าตลาดจากเดิมเท่ากับตลาด เพราะความต้องการซื้อสินค้าในกลุ่มนี้ยังเติบโต ขณะที่ปัญหาภัยแล้งและอากาศแปรปรวนทำให้ปริมาณสินค้าออกสู่ตลาดไม่มากนัก
นอกจากนี้ การที่ประเทศไทยเป็นผู้นำในตลาดโลกทั้งยางพารา น้ำตาล ทูน่ากระป๋อง และไก่กุ้งแปรรูป จึงคาดว่ารัฐบาลยังสนับสนุนอุตสาหกรรมในกลุ่มนี้และคาดว่าปีนี้อัตรากำไรสุทธิจะโตถึง 29% เทียบกับปีที่ผ่านมา และหุ้นซื้อขายที่พี/อียังต่ำกว่าบริษัทในต่างประเทศ
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มซอฟต์คอมมูนิตีให้ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) และน้ำตาลขอนแก่น (KSL) ส่วนกลุ่มอาหารให้ เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) และจีเอฟพีที (GFPT) โดย STA ยังมีโอกาสในการเติบโตสูงเพราะปริมาณยางที่ขยายตัวไม่ทันกับความต้องการ โดยเฉพาะของจีนที่เติบโตตามการผลิตรถยนต์และการขยายตัวของเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังมีธุรกิจถุงมือแพทย์ที่มีการเติบโตสูงเพราะประชาชนให้ความสำคัญกับสุขอนามัยเพิ่มขึ้น
สำหรับ KSL น่าจะฟื้นตัวในปี 2554 เพราะโรงงานใหม่ใน อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี จะเปิดดำเนินการและทำให้กำลังการผลิตในไทยเพิ่มขึ้นถึง 25%
นายจำรูญ ชินธรรมมิตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท น้ำตาลขอนแก่น (KSL) กล่าวว่า จากสภาพอากาศที่ร้อนทำให้การบริโภคน้ำหวานประเภทต่างๆ เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การใช้น้ำตาลเพิ่มตามด้วย
ขณะนี้พบว่าภาคอุตสาหกรรมมีการสั่งซื้อน้ำตาลเพิ่มขึ้น 50% ซึ่งปกติความต้องการใช้น้ำตาลต่อปีจะอยู่ที่ 20 ล้านกระสอบ และทำให้ราคาน้ำตาลในตลาดเพิ่มขึ้น แต่โรงงานน้ำตาลส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลดีจากราคานี้เนื่องจากขายล่วงหน้าไปหมดแล้วตั้งแต่ต้นปี
นายจำรูญ กล่าวว่า บริษัทคาดการณ์รายได้และกำไรในงวดไตรมาส 3 ปี 2553 (พ.ค.ก.ค. 2553) มีโอกาสเพิ่มขึ้นจากในช่วงไตรมาส 2 ปี 2553 (ก.พ.เม.ย. 2553) โดยผลประกอบการของบริษัทโดยรวมน่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วเพราะได้บันทึกผลขาดทุนจากธุรกรรมเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (เฮดจิง) ไปเรียบร้อยแล้ว
ขณะที่ราคาน้ำตาลในตลาดโลกปัจจุบันขยับมาอยู่ที่ 520 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ปรับตัวลดลงมาที่ระดับ 400 เหรียญสหรัฐต่อตัน
นายจำรูญ กล่าวว่า ปริมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้นจาก 4.3 ล้านตัน เป็น 5 ล้านตัน และราคาขายน้ำตาลมีแนวโน้มสูงขึ้นจากภาวะภัยแล้ง ส่วนกรณีจีนผ่อนคลายเงินหยวนแบบค่อยเป็นค่อยไปนั้น อาจจะช่วยให้ความสามารถในการแข่งขันดีขึ้น แต่ยังไม่น่าจะมีผลต่อบริษัทมากนัก เพราะสินค้าส่วนใหญ่ได้ขายล่วงหน้าไว้เรียบร้อยแล้ว และราคาก็เป็นที่น่าพอใจ
ด้านน้ำตาลมิตรผลเตรียมขายหุ้นกู้ 3,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปคืนหนี้ โดยจะขายวันที่ 2324 มิ.ย.นี้







