
เฉือนเงินกู้11รัฐวิสาหกิจลดหนี้สาธารณะแสนล้าน
โพสต์ทูเดย์
— ครม.เห็นชอบแผนบริหารหนี้สาธารณะปีงบ 2553 หลังคลังขอหั่นหนี้ลงอีก 1 แสนล้านบาทนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการปรับแผนบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2553 ครั้งที่ 4 โดยรัฐบาลจะมีการกู้เงินลดลงกว่า 1 แสนล้านบาท จึงส่งผลให้หนี้สาธารณะของรัฐบาลลดลงอยู่ที่ระดับ 43% ของจีดีพี เนื่องจากมีการปรับมูลค่าของโครงการที่จะกู้เงินลดลง ทั้งส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สาระสำคัญของแผนบริหารหนี้สาธารณะมี 4 แผนย่อย ได้แก่ แผนการบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐบาล วงเงินเดิม 6.73 แสนล้านบาท เพิ่มอีก 5,600 ล้านบาท รวมเป็น 6.78 แสนล้านบาท โดยกระทรวงการคลังได้ปรับเพิ่มวงเงินการให้กู้ต่อแก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพงบางแค และช่วงบางซื่อท่าพระ 5,600 ล้านบาท
แผนการบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐวิสาหกิจวงเงินเดิม 3.67 แสนล้านบาท ปรับลด 2 หมื่นล้านบาท เหลือ 3.47 แสนล้านบาท ทั้งนี้เป็นการปรับวงเงินของรัฐวิสาหกิจ 11 แห่ง
แผนการก่อหนี้จากต่างประเทศ วงเงินเดิม 1.2 แสนล้านบาท ปรับลด 2.04 หมื่นล้านบาท เหลือ 9.99 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการปรับลดของรัฐวิสาหกิจ 2 แห่ง ได้แก่ รฟม. โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางใหญ่บางซื่อ 1.34 หมื่นล้านบาท และบริษัท ทีโอที ปรับลดวงเงินกู้โครงการ 3จี 7,002 ล้านบาท จากวงเงินเดิม 2.32 หมื่นล้านบาท เหลือ 1.61 หมื่นล้านบาท
แผนบริหารหนี้ต่างประเทศ วงเงินเดิม 9.85 หมื่นล้านบาท ปรับลด 6.65 หมื่นล้านบาท เหลือ 3.19 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วยการปรับลดวงเงินการบริหารหนี้ของรัฐบาล 2,254 ล้านบาท และการปรับลดวงเงินการบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจ 6.43 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าสิ้นปีงบประมาณ 2553 ยอดหนี้สาธารณะจะอยู่ที่ระดับ 48.49%บนสมมุติฐานเศรษฐกิจขยายตัว 3 % อัตราเงินเฟ้อ 2.5% ภาระหนี้ต่องบประมาณอยู่ที่ 12.61%
”นายวัชระระบุ






