
ปลดล็อกด่าน-พัฒนาขนส่ง กระพือค้าข้ามแดนโตฉลุย
การค้าชายแดนมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น และปัจจุบันไม่ได้เป็นแค่การค้ากับประเทศเพื่อนบ้านที่มีพื้นที่ติดกันเท่านั้น
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
การค้าชายแดนมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น และปัจจุบันไม่ได้เป็นแค่การค้ากับประเทศเพื่อนบ้านที่มีพื้นที่ติดกันเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงการค้าผ่านแดนในประเทศที่สามและสี่ เพราะมีการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค ซึ่งไทยอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ช่วยสนับสนุนให้ไทยมีบทบาทในการค้า การลงทุนระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน
นิคม ไวยรัชพานิช รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการความร่วมมือเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน กล่าวว่า ปัจจุบันการค้าชายแดนระหว่างไทยกับ 4 ประเทศเพื่อนบ้าน (มาเลเซีย กัมพูชา ลาว และพม่า) มีสัดส่วนเพียง 8-9% ของมูลค่าการค้าทั้งหมดของไทยกับประเทศทั่วโลกที่มีมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท ขณะที่ตลาดการค้าชายแดนมีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้ขยายตัวตลอดเวลา
“ที่ผ่านมา การค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านถือว่ายังมีสัดส่วนที่น้อย และยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมหาศาล เพราะยังมีสัดส่วนที่จะโตได้อีกถึง 90%”
ขณะเดียวกัน นับวันการค้าชายแดนก็เริ่มทวีความสำคัญมากขึ้น เพราะไม่ใช่เพียงแค่การค้าขายตามแนวชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนเชื่อมติดกันเท่านั้น แต่ยังขยายไปเป็นการค้าผ่านแดน ข้ามไปยังประเทศที่สามอย่างสิงคโปร์ เวียดนาม และจีนตอนใต้ (หนานหนิง กว่างซี ยูนนาน และเสฉวน)
ทั้งนี้ ประเทศในภูมิภาคนี้มีกรอบความร่วมมือระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (จีเอ็มเอส) ที่เป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคเข้าด้วยกัน และโชคดีที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของ
จุดเชื่อมเส้นทางทางบก ซึ่งจะไปเชื่อมต่อกับเส้นทาง R3A ที่สามารถขนส่งข้ามไปยังประเทศอินเดีย ปากีสถาน และบังกลาเทศได้
สำหรับเส้นทางคมนาคมที่พัฒนาตามแผนจีเอ็มเอสจะเชื่อมต่อระหว่างเมืองสำคัญในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งประกอบด้วย 6 ประเทศ คือ ไทย จีนตอนใต้ (ยูนนาน) เวียดนาม กัมพูชา ลาว และพม่า แบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ตามภูมิภาค ได้แก่ 1.พื้นที่เศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor) เชื่อมโยงประเทศจีน-พม่า-ลาว-ไทย โดยเส้นทางนี้จะเน้นการเชื่อมต่อจีนตอนใต้ (มณฑลยูนนาน) เข้ากับไทยผ่านถนนในแนวเหนือ-ใต้ และสามารถลงไปสู่มาเลเซียและสิงคโปร์
2.พื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) เส้นทางเชื่อมโยงประเทศพม่า-ไทย-ลาว-เวียดนาม โดยเป็นการเชื่อมระหว่างสองฝั่งมหาสมุทร คือ มหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันออก และมหาสมุทรอินเดียทางตะวันตก ซึ่งจะสอดคล้องกับโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย
และ 3.พื้นที่เศรษฐกิจตอนใต้ (Southern Economic Corridor) เส้นทางเชื่อมโยงประเทศไทย-กัมพูชา-เวียดนาม
อย่างไรก็ดี การจะทำให้มูลค่าการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนเพิ่มขึ้นนั้น จะต้องมีการเปิดด่านชายแดนให้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการเดินทางและขนส่งสินค้าระหว่างกัน โดยเฉพาะการเจรจาให้รถขนส่งสินค้าและคนสามารถเดินทางข้ามแดนไปยังประเทศที่สามได้
“ตามข้อตกลงของประเทศในภูมิภาคนี้ มีการกำหนดโควตาอนุญาตให้รถจากประเทศเพื่อนบ้านสามารถวิ่งข้ามแดนกันได้ประเทศละ 500 คัน ซึ่งในส่วนของไทยยังเจรจาเรื่องนี้ไม่เสร็จเรียบร้อย จึงมีรถที่สามารถวิ่งข้ามแดนได้น้อยมาก ขณะที่รถจากลาว กัมพูชา และเวียดนามสามารถเดินทางข้ามแดนกันได้แล้ว หากทำตรงนี้ได้ก็จะเอื้อต่อการค้า การลงทุน”
นิยม กล่าวเสริมอีกว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจดังกล่าว นอกจากจะช่วยขยายการค้าภายในภูมิภาคแล้ว ยังก่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายประเภทตามมา เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์
โลจิสติกส์ และธุรกิจค้าปลีก เป็นต้น และไม่ได้จำกัดอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนเท่านั้น แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังขยายไปยังจังหวัดข้างเคียงด้วย
สอดคล้องกับมุมมองของนักวิชาการอย่าง ศานติ ภักดีคำ อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาเขมร คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่ชี้ว่า หากไทยตระหนักถึงข้อได้เปรียบจากการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงทางบก และเร่งพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง การค้าและการลงทุนชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านให้สะดวกยิ่งขึ้น จะเป็นแรงผลักดันให้การค้าชายแดน การค้าผ่านแดน ตลอดจนจังหวัดชายแดนและจังหวัดใกล้เคียงกลายเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง
“ต่อไปการค้าชายแดนจะไม่ได้เป็นเพียงการค้าตามแนวชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านแค่ประเทศเดียว แต่จะเป็นการค้าแบบผ่านแดนที่ข้ามไปสู่ประเทศอื่นๆ ด้วย”
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า มูลค่าการค้าชายแดนกับ 4 ประเทศเพื่อนบ้าน (มาเลเซีย พม่า กัมพูชา และลาว) ในปี 2557 อยู่ที่ 9.87 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.85% จากปี 2556 ที่มีมูลค่า 9.24 แสนล้านบาท และในเดือน ม.ค. 2558 มูลค่าการค้าชายแดนรวมอยู่ที่ 8.52 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.03%
ขณะที่มูลค่าการค้าผ่านแดนไทยกับสิงคโปร์ เวียดนาม และจีนตอนใต้ ปี 2557 อยู่ที่ 1.55 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.8% จากปีก่อนที่มีมูลค่ารวม 1.1 แสนล้านบาท และในช่วงเดือน ม.ค. 2558 มีมูลค่าการค้าผ่านแดน 1.35 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.63%







