
ศก.ครัวเรือน มี.ค.ดิ่งต่อเนื่อง กังวลค่าครองชีพ
โดย...ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
โดย...ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ความกังวลต่อภาระการชำระหนี้ สถานการณ์รายได้และเงินออม ยังคงเพิ่มแรงกดดันต่อภาวะการครองชีพของครัวเรือนในหลายภาคส่วน ซึ่งทำให้ดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน (KR-ECI) และดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ล่าสุดในเดือน มี.ค. 2558 โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับตัวลงมาแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน ที่ 46 และ 46.6 ตามลำดับ
ดัชนี KR-ECI ที่ยังคงปรับตัวลงต่อเนื่อง นับเป็นสัญญาณที่สอดคล้องกับจำนวนผู้ว่างงานเดือน มี.ค.ที่เพิ่มขึ้น (ในผลสำรวจภาวะการทำงานของประชากรโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ) ตอกย้ำว่า ภาวะการบริโภคภาคเอกชนโดยรวมยังไม่ได้รับแรงหนุนเข้ามากนักในเดือน มี.ค. แม้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะติดลบต่อเนื่อง และต้นทุนทางการเงินบางส่วนอาจปรับตัวลงตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ตาม
หากเศรษฐกิจไทยทยอยมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ก็น่าจะช่วยบรรเทาความกังวลต่อภาวะการครองชีพของภาคครัวเรือนลงไปบ้างบางส่วน อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงคาดการณ์ว่า แนวโน้มการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนในปี 2558 จะอยู่ในกรอบที่จำกัดที่ 1.6-2.4% (ค่ากลางที่ 2%)
ผลสำรวจพบว่า ครัวเรือนส่วนใหญ่มีความกังวลมากขึ้นต่อสถานการณ์การครองชีพ (ทั้งในปัจจุบันและในช่วง 3 เดือนข้างหน้า) ซึ่งทำให้ดัชนีเดือน มี.ค. ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ตอกย้ำสัญญาณที่อ่อนแอของภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือน มี.ค. 2558 ที่สะท้อนผ่านเครื่องชี้ในส่วนอื่นๆ อาทิ อัตราการว่างงานที่ขยับขึ้นมาที่ 1% และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ชะลอลงมาที่ 1.31% ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 1 ปี
ทั้งนี้ ภาคครัวเรือนมีความกังวลมากขึ้นต่อภาวะการครองชีพ ซึ่งเพิ่มแรงกดดันให้ KR-ECI และดัชนีคาดการณ์ที่สะท้อนมุมมองในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 มาที่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนที่ 46 และ 46.6 ในเดือน มี.ค. จากระดับ 46.3 และ 46.9 ในเดือน ก.พ.ตามลำดับ โดยค่าดัชนี KR-ECI เดือน มี.ค.ที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 อย่างต่อเนื่อง ก็นับเป็นสัญญาณที่สะท้อนว่า ครัวเรือนในหลายภาคส่วนยังคงมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อบรรยากาศการใช้จ่ายท่ามกลางหลายปัจจัยที่กดดันสถานการณ์การครองชีพ
ความกังวลต่อภาระหนี้ สถานการณ์รายได้และเงินออมฉุดกำลังซื้อของภาคครัวเรือน แม้สถานการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ติดลบ 0.57% และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ชะลอลงมาแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี ที่ 1.31% อาจบ่งชี้ว่า ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนใหญ่ที่ยังไม่ได้ขยับขึ้นมากนัก น่าจะสามารถช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนบางส่วนลง อย่างไรก็ดีสถานการณ์รายได้ที่ยังไม่ฟื้นตัวขึ้น (โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ไม่สูงและค่อนข้างผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงครัวเรือนในภาคการเกษตร) ท่ามกลางความกังวลต่อภาวะการมีงานทำ ก็ส่งผลทำให้ภาคครัวเรือนมีมุมมองในเชิงลบมากขึ้นต่อภาระการชำระหนี้และสถานการณ์การออมทั้งในปัจจุบัน และต่อเนื่องในช่วง 3 เดือนข้างหน้า
ดัชนีที่สะท้อนมุมมองต่อสถานการณ์รายได้ของครัวเรือนในเดือน มี.ค. (จากมุมมองของครัวเรือนที่มีต่อภาวะการมีงานทำ และค่าตอบแทนจากการทำงาน) ปรับตัวลงมาที่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปีที่ 46.6 ขณะที่ดัชนีมุมมองต่อรายได้คาดการณ์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ก็ลดลงมาที่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนที่ 48.5 ซึ่งความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นต่อสถานการณ์รายได้ของครัวเรือนนี้ ก็เป็นภาพที่สอดคล้องกับผลสำรวจภาวะการทำงานของประชากรของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่พบว่าจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มสูงขึ้นมาที่ 3.78 แสนคนในเดือน มี.ค. 2558 จากจำนวนผู้ว่างงาน 3.16 แสนคนในเดือน ก.พ. 2558 (ขณะที่อัตราการว่างงานขยับขึ้นมาที่ 1% ในเดือน มี.ค. จาก 0.8% ในเดือน ก.พ.)
ข้อสังเกตสำคัญจากผลสำรวจในเดือนนี้ คือ สถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ค่อนข้างทรงตัวในช่วงที่ผ่านมา ยังไม่เพียงพอที่จะช่วยคลายความกังวลต่อภาวะการครองชีพของภาคครัวเรือน ซึ่งกำลังซื้อส่วนหนึ่งถูกลดทอนลงไปตามภาระหนี้ ขณะที่การฟื้นตัวของรายได้ในหลายๆ ส่วนก็ยังคงต้องรออานิสงส์จากการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งถูกคาดหวังว่าจะเริ่มทยอยมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงหลังจากนี้ ภายหลังจากที่ภาครัฐได้ผลักดันประกาศมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจออกมาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอย และกระแสรายได้ของภาคครัวเรือนที่น่าจะยังไม่ฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจนภายในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า อัตราการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชนในปี 2558 อาจอยู่ในกรอบที่จำกัดมากขึ้นที่ 1.6-2.4% (ค่ากลางที่ 2%) ซึ่งสะท้อนว่า การบริโภคภาคเอกชน อาจต้องใช้เวลาอีกระยะในการทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ







