
อาเบะกับโกโบริ (อังศุมาลิน) จบ
สวัสดีวันอังคารครับ เริ่มเข้าใกล้วันสงกรานต์เข้าไปทุกทีแล้ว หลายท่านอาจเตรียมพักผ่อนยาวกันเรียบร้อยแล้ว ขอให้เดินทางปลอดภัยทุกท่านนะครับ
สวัสดีวันอังคารครับ เริ่มเข้าใกล้วันสงกรานต์เข้าไปทุกทีแล้ว หลายท่านอาจเตรียมพักผ่อนยาวกันเรียบร้อยแล้ว ขอให้เดินทางปลอดภัยทุกท่านนะครับ
ในคอลัมน์ที่แล้วผมได้เล่าถึงการสะสมทุนทางการเมืองของ ชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น เพื่อสร้างฐานเสียงของพรรคตน โดยตลอดจนผลการเลือกตั้งในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งได้ทำให้อาเบะสามารถสร้างเสถียรภาพทางการเมือง และในปีนี้ซึ่งถือเป็นปีที่มีเสถียรภาพมากพอสมควร เพราะการเลือกตั้งใน “สภาบน” จะยังไม่เกิดขึ้นจนกระทั่งปีหน้า ปัจจัยดังกล่าว น่าจะทำให้อาเบะสามารถนำเสนอนโยบายที่มีความละเอียดอ่อนออกมาภายในปีนี้ได้ โดยนโยบายที่น่าจับตามองนอกเหนือไปจากการกลับมาเปิดใช้โรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์อีกครั้งภายหลังจากที่ปิดตัวลงไปจากเหตุการณ์สึนามิในปี 2011 แล้วนั้น ก็คือนโยบายการ “ตีความ” รัฐธรรมนูญ Article 9 ใหม่อีกครั้งนั่นเอง
รัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นคือกฎหมายสูงสุดของประเทศ ที่ไม่มีการแก้ไขและไม่มีใครสามารถแก้ไขได้นับตั้งแต่สมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้ว่าในระยะหลังสิ่งที่อาเบะทำได้คือความพยายามในการ “ตีความ” บทนี้ใหม่ เพื่อให้ญี่ปุ่นสามารถป้องกันตนเองได้มากยิ่งขึ้น ในกรณี ที่ชาติญี่ปุ่นถูกชาติอื่นประกาศภาวะสงครามด้วย และคุณจะเชื่อไหมถ้าผมจะบอกว่าอาเบะเองก็อาจหวังลึกๆ ที่จะเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่จะผลักดันการ “แก้ไข” รัฐธรรมนูญนี้เป็น คนแรกในรอบ 70 ปี เพราะใน Article 96 ของรัฐธรรมนูญเองได้มีการเปิดช่องไว้ว่ารัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ โดยจะต้องอาศัย Super majority vote ของทั้ง “สภาบน” และ “สภาล่าง” พร้อมๆ กับประชามติเกินร้อยละ 50 ซึ่งอาเบะมาได้ครึ่งทางแล้ว ดังนั้นในการเลือกตั้ง “สภาบน” ในช่วงกลางปีหน้า อาจเป็นเหตุการณ์สำคัญที่จะทำให้เราได้เห็น “ทหารญี่ปุ่น” อีกครั้งหลังจากยุค “พี่โกโบริและอังศุมาลิน” ก็เป็นได้!
ความจริงจังของอาเบะมีมากขนาดไหน? ผมพูดได้เลยว่ามากพอสมควร เพราะหลายๆ คนอาจยังไม่ทราบว่า หนึ่งในผู้ซึ่งถูกจัดว่าเป็นอาชญากรสงครามโลกชั้นหนึ่ง หรือ “WWII Class A Criminal” และเป็นรัฐมนตรีด้านยุทโธปกรณ์ของญี่ปุ่นในขณะนั้น และเป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสองสมัย ที่มีชื่อว่า “โนบุสุเกะ คิชิ” เป็นคุณตาแท้ๆ ของอาเบะนั่นเอง ซึ่งอาเบะเอง ก็เคยยอมรับในงานเขียนของเขาในอดีต (ต.ค. 2539) ว่าคุณตาโนบุสุเกะ คิชิ เป็นหนึ่งในผู้ที่มีอิทธิพลต่อแนวคิดในการใช้ชีวิตและเส้นทางการเมืองของเขาอย่างมากอีกด้วย
นอกเหนือจากนี้ อาเบะยังเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกตั้งแต่สมัยนาจุนอิชิโร โคอิซูมิ ที่ “กล้า” เดินทางไปเคารพสุสานบรรพชนสงครามโลก ที่วัดยะสุคุนิ (Yasukuni Shrine) ในกรุงโตเกียวอย่างเป็นทางการในฐานะนายกรัฐมนตรี และ ได้ปลุกกระแสต่อต้านญี่ปุ่นขึ้นมาอีกครั้งจาก ชาติอื่นๆ ในเอเชีย โดยเฉพาะจีนและเกาหลีอย่างมาก เพราะการกระทำดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ ถึงมุมมองของนายอาเบะที่มีต่อจักรวรรดิญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกนั่นเอง
หยุดสงกรานต์คราวนี้ หากท่านใดได้มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นที่กรุงโตเกียว ก็อาจลองแวะไปชมวัดนี้ได้ อยู่สถานีรถไฟใต้ดิน Kudanshita Station...
สวัสดีปีใหม่ไทยอีกครั้งนะครับ...ขอให้ เดินทางปลอดภัยทุกท่านครับ







