posttoday
‘พาณิชย์’เคลียร์อุปสรรค จับมือเพื่อนบ้านหนุนการค้า

‘พาณิชย์’เคลียร์อุปสรรค จับมือเพื่อนบ้านหนุนการค้า

07 เมษายน 2558

ยิ่งใกล้สิ้นปี 2558 เท่าไร การเริ่มต้นของการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ยิ่งใกล้เข้ามาเท่านั้น

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

ยิ่งใกล้สิ้นปี 2558 เท่าไร การเริ่มต้นของการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ยิ่งใกล้เข้ามาเท่านั้น ในช่วงเวลาที่เหลือนี้ยังมีเรื่องที่ไทยต้องเตรียมการอีกมาก เพื่อรองรับการรวมตัวของอาเซียนอย่างแท้จริง

อภิรดี ตันตราภรณ์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า เออีซีที่จะเริ่มต้นในปี 2559 นี้ ในแง่เศรษฐกิจน่าจะมีผลไปหมดเรียบร้อย โดยเฉพาะในเรื่องภาษีที่สินค้าเกือบทุกรายการมีภาษี 0% ในการส่งออก-นำเข้าภายใต้กรอบอาเซียน และในปี 2558 จะเป็นช่วงเวลาของประเทศอาเซียนใหม่ ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ที่จะต้องปรับลดอัตราภาษีลงเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ เมื่ออัตราภาษีลดลงอย่างเต็มที่จะยิ่งสร้างปริมาณการค้าระหว่างกันภายในภูมิภาคให้เติบโตมากยิ่งขึ้น รวมทั้งอาเซียนจะต้องร่วมมือกันพัฒนาตลาดอาเซียน เพื่อส่งสินค้าออกไปตีตลาดนอกอาเซียนร่วมกัน มากกว่าการมาแข่งขันกันเอง ซึ่งน่าจะทำให้ยอดการค้าภายในอาเซียนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากเดิม

ขณะเดียวกัน อาเซียนจะพยายามลดมาตรการกีดกันทางการค้าลงให้เหลือน้อยที่สุด โดยการจัดการอยู่ระหว่างการเจรจา แต่ความคืบหน้ายังเดินไปได้ช้า เนื่องจากบางประเทศยังมีนโยบายปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศอย่างเข้มข้น เช่น อินโดนีเซียยังมีการกำหนดโควตาการนำเข้าสินค้าในกลุ่มข้าว น้ำตาล เป็นต้น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์พยายามที่จะเดินหน้าเจรจารายประเทศ เพื่อลดอุปสรรคทางการค้าเสริมเข้าไปด้วย ควบคู่กับการเจรจาภายใต้กรอบการทำงานของอาเซียน

ขณะที่มาตรการกีดกันทางการค้าของไทยพยายามที่จะลดให้เหลือน้อยที่สุดเช่นเดียวกัน แต่ยังมีการจัดทำมาตรฐานสินค้าเพื่อป้องกันไม่ให้มีสินค้าต่ำกว่ามาตรฐานเข้ามา โดยเฉพาะในสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหาร ที่จำเป็นต้องทำเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคภายในประเทศ

ส่วนเรื่องการดำเนินการทำระบบศุลกากรแบบเบ็ดเสร็จผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (เนชั่นแนล ซิงเกิ้ล วินโดว์) น่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2558 ตามแผนที่วางไว้ ซึ่งจะทำให้ไทยสามารถเชื่อมโยงกับระบบของประเทศอื่นๆ ที่มีความพร้อมเข้ามาเชื่อมต่อได้ ตามระบบอาเซียน ซิงเกิ้ล วินโดว์ ที่จะทำให้การค้าสะดวกมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีระบบการรับรองตัวเองในการทำกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า ซึ่งไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในการรับรองตัวเองแล้ว ทำให้ผู้ประกอบการสามารถรับรองตัวเองได้ว่าสินค้ามีแหล่งกำเนิดสินค้าที่ถูกต้อง โดยปัจจุบันมีประเทศที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกแล้วเกือบครบทุกประเทศ และประเทศที่เหลือจะตามเข้ามาเป็นสมาชิกภายในสิ้นปีนี้

อีกทั้งยังมีระบบการร่วมแบ่งปันข้อมูลด้านการนำเข้า-ส่งออก ที่ไทยได้เริ่มดำเนินการร่วมกับประเทศสิงคโปร์ไปแล้ว โดยหากผู้ประกอบการที่ต้องการทำการค้าในอาเซียนจะสามารถหาข้อมูลในเรื่องหลักเกณฑ์การนำเข้า-ส่งออกสินค้าของแต่ละประเทศได้ ซึ่งขณะนี้รออีก 8 ประเทศที่จะมาเข้าร่วมกันแบ่งปันข้อมูล

นอกจากการเตรียมความพร้อมด้านระบบเพื่อสร้างความสะดวกในการค้าแล้ว กระทรวงยังได้เดินหน้าเจรจาการค้าเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรอบความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งเป็นกรอบที่สำคัญมาก เพราะเป็นสะพานก้าวสู่ตลาดโลก มีเป้าหมายที่จะเจรจาให้แล้วเสร็จภายในปีนี้

สำหรับกรอบ RCEP ในขณะนี้สิ่งที่ต้องปรับให้เป็นฐานเดียวกัน คือกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า ซึ่งปัจจุบันแต่ละประเทศยังมีความแตกต่างกันอยู่ หากสร้างเครือข่ายของกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าได้ จะทำให้การค้าเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

“RCEP เป็นกรอบที่สำคัญที่สุดของไทยมากกว่าเอฟทีเอฉบับอื่นๆ ซึ่งในปีนี้น่าจะเจรจาสำเร็จ แต่ต้องดูว่าเจรจาจบได้ที่ตรงไหน และค่อยๆ ทำงานเพิ่มต่อไป” อภิรดี กล่าว  

นอกจากนี้ ยังมีแผนการเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เพิ่มเติม ได้แก่ การเจรจากับประเทศตุรกี ปากีสถาน รวมถึงอินเดีย ที่จะเดินทางมาเจรจาร่วมกับไทยในเดือน เม.ย.นี้ ซึ่งตลาดชมพูทวีปมีอัตราการเติบโตสูง

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI