posttoday
‘ซุปเปอร์ล็อค’บุกนอก พลาสติกไทยมาตรฐานสากล

‘ซุปเปอร์ล็อค’บุกนอก พลาสติกไทยมาตรฐานสากล

07 เมษายน 2558

กล่องพลาสติก เครื่องใช้ภายในบ้าน สินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันของไทย ปัจจุบันผู้ผลิตได้ขยายตลาดออกไปในตลาดอาเซียน

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

กล่องพลาสติก เครื่องใช้ภายในบ้าน สินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันของไทย ปัจจุบันผู้ผลิตได้ขยายตลาดออกไปในตลาดอาเซียน เพื่อรองรับความต้องการสินค้าประเภทดังกล่าวมากขึ้น และจากการที่สินค้าไทยมีคุณภาพ มาตรฐานในการผลิต ทำให้สินค้าเป็นที่ยอมรับของลูกค้าได้ไม่ยาก

ณัฐจารี เจริญจิตมั่น รองประธานบริษัท เจ.ซี.พี. พลาสติก ผู้ผลิตอุปกรณ์พลาสติกเครื่องใช้ในครัวเรือน โดยมีสินค้าภายใต้แบรนด์ “ซุปเปอร์ล็อค” กล่าวว่า บริษัทได้ส่งออกสินค้าไปต่างประเทศมานานแล้ว โดยปัจจุบันมีตลาดอาเซียนเป็นตลาดหลัก เนื่องจากสินค้าไทยเป็นที่นิยมในตลาดอาเซียน และถูกจัดว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพดี ราคาสมเหตุสมผล

จุดเริ่มต้นของการทำตลาดอาเซียนนั้น เกิดขึ้นจากมีลูกค้าจากประเทศในอาเซียนเข้ามาซื้อสินค้าเพื่อนำไปจำหน่าย จากนั้นบริษัทได้มองเห็นโอกาสทางการตลาดที่ดี จึงได้มองหาคู่ค้า พันธมิตรทางการตลาด เพื่อให้เป็นผู้กระจายสินค้าในตลาดให้ ขณะเดียวกันได้ออกไปร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศเข้าร่วมกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจกับภาครัฐ เพื่อที่ลูกค้าจะได้รู้จักสินค้าและหาเครือข่ายในการทำธุรกิจ

การหาผู้แทนจำหน่ายในแต่ละประเทศ จะต้องมีการพิจารณาจากประสบการณ์การทำงาน การทำธุรกิจ ซึ่งก็มีทั้งผู้แทนจำหน่ายเพียงรายเดียว และผู้แทนจำหน่ายหลายรายในแต่ละประเทศแตกต่างกันไป โดยบริษัทพยายามที่จะทำในลักษณะผู้แทนจำหน่ายรายเดียว เนื่องจากจะสามารถเข้าไปร่วมวางแผนการตลาดกับคู่ค้าได้ ดีกว่าการมุ่งเน้นการส่งสินค้าเข้าไปขายเพียงอย่างเดียว

ปัจจุบัน สินค้ามีวางขายอยู่ในทุกประเทศ รวมถึงประเทศบรูไน โดยเวียดนามเป็นตลาดใหญ่ที่สุดและมีการเติบโตที่ดี เพราะเป็นตลาดที่มีประชากรมาก เศรษฐกิจเติบโต ประชากรมีกำลังซื้อ ประกอบกับในแต่ละประเทศเริ่มมีห้างสรรพสินค้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งเป็นช่องทางการตลาดที่น่าสนใจ และน่าจะขยายตลาดได้เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ การขายสินค้าไปต่างประเทศจะขายสินค้าเข้าไปภายใต้แบรนด์ของบริษัทเอง ส่วนการรับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) ทำให้กับทางญี่ปุ่นเท่านั้น การที่บริษัทได้มีโอกาสร่วมทำงานกับทางประเทศญี่ปุ่นก็เป็นส่วนช่วยยกระดับคุณภาพ มาตรฐานการผลิตให้ขึ้นมาอยู่ในระดับที่ดีมาก โดยใช้มาตรฐานเดียวกับของญี่ปุ่น สินค้าจึงมีคุณภาพ
ส่งออกได้

“การส่งออกเป็นเรื่องสำคัญเท่ากับตลาดในประเทศ เพราะในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยไม่ดี การส่งออกจึงสามารถเข้ามาช่วยสร้างสมดุลได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันมีสัดส่วนการส่งออกอยู่ 30% และตลาดในประเทศ70% ซึ่งตลาดอาเซียนเหมือนกับวัยรุ่น เป็นตลาดที่เปิดรับสิ่งใหม่ๆ ง่าย จึงทำงานในอาเซียนได้ง่าย” ณัฐจารี กล่าว

สำหรับการแข่งขันบริษัทมั่นใจว่าสินค้าไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดระดับสากล เพราะสินค้าเป็นที่ยอมรับ ลูกค้าชื่นชอบสินค้าไทยอยู่แล้วเหมือนกับที่คนไทยชอบของญี่ปุ่น แม้ว่าจะมีราคาสูงกว่าสินค้าของท้องถิ่น อีกทั้งยังมีคุณภาพมาตรฐาน รวมทั้งสินค้ายังมีหลากหลายรูปแบบให้ลูกค้าได้เลือก เป็นสินค้าที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้

ในอนาคต บริษัทมีจุดหมายออกไปลงทุนในต่างประเทศด้วย เมื่อสินค้าในต่างประเทศมีฐานการตลาดเข้มแข็งแล้ว โดยมองพม่าไว้เป็นเป้าหมาย เนื่องจากตลาดพม่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพทั้งในด้านของขนาดตลาดและการเติบโต รวมถึงการจะเป็นฐานการผลิตสินค้า บริษัทจะเริ่มจากพยายามขยายตลาดในพม่าเพิ่มขึ้น ทำวิจัยตลาด และหาพันธมิตรที่แข็งแกร่งต่อไป

ทั้งนี้ แผนขยายการผลิตในต่างประเทศต้องมีการศึกษาและดูช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากในเมืองไทยประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน อุตสาหกรรมพลาสติกก็เป็นอีกหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงานเป็นจำนวนมาก อีกทั้งในอนาคต ไทยคงไม่เหมาะจะเป็นประเทศรองรับภาคอุตสาหกรรมอีกต่อไป แต่จะเป็นประเทศที่รองรับธุรกิจภาคการบริการและการท่องเที่ยว การมองหาแหล่งรองรับการผลิตในต่างประเทศจึงเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาและเตรียมความพร้อม

อย่างไรก็ตาม การทำธุรกิจในอาเซียนยังมีอุปสรรคที่ผู้ประกอบการจะต้องเรียนรู้ โดยเฉพาะเรื่องภาษา การสื่อสาร และการขนส่งสินค้า เช่น การขนส่งสินค้าเข้าประเทศพม่าจะเข้าผ่านทาง อ.แม่สอด และไปกระจายเข้าสู่เมืองต่างๆ ในประเทศพม่า ซึ่งการขนส่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ หรือบางครั้งไม่สามารถขนส่งสินค้าเข้าด่านหนึ่งได้ ต้องไปเข้าด่านอื่นแทน เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ยังมีกฎหมายที่ซับซ้อน ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่รู้ ทำให้การส่งสินค้าไปถึงลูกค้ายังไม่ราบรื่น โดยประเทศที่มีการขนส่งทางรถยนต์ ได้แก่ พม่า ลาว มาเลเซีย และบรูไน ที่ส่งผ่านประเทศมาเลเซีย ส่วนประเทศอื่นๆ ขนส่งสินค้าทางเรือ

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องการลอกเลียนแบบสินค้าอยู่ในบางประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งอุปสรรค หากผู้ประกอบการต้องการนำสินค้าเข้าไปจำหน่าย จำเป็นต้องเข้าไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ในทุกประเทศ

“การเปิดเออีซีเป็นเรื่องดี ช่วยเพิ่มยอดขายสินค้าในต่างประเทศ ซึ่งผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าไปหาตลาด ต้องเรียนรู้กฎหมาย และหาพันธมิตรที่เหมาะสม รวมถึงควรจะมีเครือข่ายทางธุรกิจ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการทำธุรกิจในอาเซียน” ณัฐจารี กล่าวทิ้งท้าย    

สำหรับตลาดในประเทศของปีนี้ คาดการณ์จะเติบโตได้ในระดับ 0.5% จากปีก่อน เนื่องจากผู้บริโภคยังไม่มั่นใจในการจับจ่ายใช้สอย ทั้งนี้สินค้าของบริษัทเป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือยจึงยังเติบโตได้แบบไม่หวือหวา

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน